ยมตัวเช่นนี้ กลับไม่ค่อยสมใจเธอนัก ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็อยากไปพร้อมกับเจ๋อด้วย หากเธอไปก่อน แล้วทิ้งเจ๋อไว้ ทั้งสองก็ต้องแยกกันอีกแล้วหรือ?
มู่หรงอี้เซวียนยิ้มขมขื่น “ด้วยระดับวรยุทธ์ของอาจารย์ข้า คนที่ทำร้ายเขาได้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ในสำนักของเราก็มีหมอและนักเล่นแร่แปรธาตุที่ยอดเยี่ยมอยู่เช่นกัน เพียงแต่ พวกเขาทำได้เพียงข่มพิษในตัวท่านอาจารย์ไว้ ไม่อาจแก้พิษได้ ตอนนี้อาจารย์ของข้าหมดสติไปแล้ว เพราะสถานการณ์ไม่สู้ดี ใต้เก้าอี้อาจารย์ข้าก็มีข้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ทางสำนักจึงได้ส่งข่าวมาบอกให้ข้ารีบกลับไปดูใจท่านอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย”
พูดมาถึงตรงนี้ เขามองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาลึกซึ้ง สะบัดชายเสื้อคุกเข่าลงไป “เฟิ่งจิ่ว ข้ารู้ว่าการขอร้องนี้ทำให้เจ้าลำบากใจ แต่ ท่านอาจารยืมีบุญคุณใหญ่หลวงต่อข้า ข้าไม่อาจทำเฉยทั้งที่เห็นโอกาสช่วยชีวิตเขาได้ ขอร้องล่ะ เจ้ากลับไปช่วยชีวิตเขากับข้าเถิด! ขอเพียงเจ้ายอมกลับสำนักไปกับข้า ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ข้าล้วนซาบซึ้งใจ”
เขารู้ พิษที่คนรักษาไม่ได้ เฟิ่งจิ่วทำได้แน่! และที่หาได้ยากก็คือ ตอนนี้นางอยู่ตรงหน้าแล้ว ขอเพียงนางพยักหน้าอนุญาต ท่านอาจารย์ของเขาจะต้องมีทางรอดแน่!
เฟิ่งจิ่วมองมู่หรงอี้เซวียนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา ตกใจเล็กน้อย แม้แต่ตอนนั้นที่เธอจะฆ่าพ่อของเขา เขาก็ยังไม่เคยขอร้องเธออย่างนี้ ดูท่า ท่านอาจารย์ของเขาคงสำคัญกับเขามากจริงๆ ส