าหยี “พวกเราควรคล้องแขนดื่มหน่อยหรือไม่?”
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อนัยน์ตาไหวระริก แววตาลึกล้ำจ้องมองเธอที่อยู่ตรงหน้า กลีบปากหยักยก เผยรอยยิ้ม “อืม จะขาดการคล้องแขนดื่มไม่ได้”
ขณะพูด ก็รับถ้วยสุราไปจากมือเธอ แล้วใช้มือสอดแขนของเธอ แขนของทั้งสองคล้องกัน ลดระยะห่างระหว่างทั้งสอง กลิ่นหอมเข้มของสุรากระจายทั่วจมูก ขณะที่เขาคล้องแขนเฟิ่งจิ่วเพื่อจะดื่มสุรา กลับถูกเฟิ่งจิ่วกดมือไว้
“รอเดี๋ยว” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี มองเขา “คล้องแขนดื่มสุรามิได้ทำเช่นนี้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชะงัก คล้ายไม่เข้าใจ ไม่ได้ดื่มเช่นนี้? แล้วดื่มอย่างไร? ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ ราวกับกำลังถามอย่างไร้เสียง
“อย่างนี้” เธออมสุราในถ้วยเข้าไปในปาก จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปจุมพิตกลีบปากบางเย้ายวนของเขา
สัมผัสนุ่มนวลประกบเข้ามา เซวียนหยวนโม่เจ๋อตาลาย เขาตอบสนองจูบของเธอโดยสัญชาตญาณ ลิ้มรสกลีบปากของเธอเบาๆ หยอกล้อกับลิ้นของเธอ ร่วมดื่มด่ำรสสุราไปด้วยกัน แยกไม่ออกว่าเป็นกลีบปากของเธอที่หอมหวานกว่าปกติ หรือเป็นเพราะสุราที่เธอส่งผ่านมาให้หอมหวนชวนเมามาย เขารู้เพียงว่า อสูรร้ายในตัวเขาราวกับถูกปลุกตื่นด้วยจูบนี้ของเธอ ไม่อาจถอนตัวได้อีก…
เฟิ่งจิ่วรู้สึกเพียงหัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา มือใหญ่ที่โอบเอวของเธอแน่นตรึงเธอเอาไว้ ทำให้ตัวเธอแนบแน่นเข้าไปในอ้อมอกของเขา กลิ่นอายที่เป็นเอ