หน? รูปร่างภายนอกของเจ้าสะดุดตาเกินไป พอไปถึงที่นั่น จะตามหาคนรูปร่างหน้าตาอย่างเจ้าก็มีไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าชอบใส่เสื้อผ้าสีแดง ขอเพียงเป็นผู้มีใจอยากสืบหา ก็รู้ประวัติของเจ้าแล้ว บางทีเจ้าอาจโดนจับตามองโดยไม่รู้ตัวก็ได้
ฉะนั้น พอเจ้าไปถึงที่นั่น แม้จะมีพวกโม่เจ๋อตามไปด้วย ข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำอะไรกับรูปร่างหน้าตาของเจ้าหน่อย อีกอย่าง จะให้ดีก็เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย สีแดงสะดุดตาเกินไปแล้ว” เขากำชับอย่างไม่วางใจ เหมือนแม่นมที่ย้ำแล้วย้ำเล่าอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าค่ะๆ ข้าจำไว้แล้ว” เฟิ่งจิ่วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
คล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ กวนสีหลิ่นถาม “ใช่แล้ว พวกท่านปู่ตั้งใจจะกลับไปหรือ?”
“อืม ข้าคิดว่าจะให้พวกองครักษ์เฟิ่งส่งพวกเขากลับไป อีกอย่างข้าก็ตั้งใจว่าจะให้พวกเขาอยู่ฟังคำสั่งจากท่านปู่กับท่านพ่อ ยามมีเรื่องจะได้ไม่ถึงขั้นไร้คนรับใช้ แต่พวกหลัวอวี่ข้าจะพาไปด้วย พอไปถึงที่นั่น ก็ต้องแอบสร้างอำนาจของตนเองเงียบๆ” เฟิ่งจิ่วอธิบาย พลางหันมองพวกคนที่อยู่ในสนามฝึก
“เจ้าวางแผนไว้อย่างนี้ก็ดีแล้ว” กวนสีหลิ่นพยักหน้า นึกถึงเรื่องเสี่ยวเฟิ่งเย่ ก็ลังเลเล็กน้อย “เรื่องของเสี่ยงเฟิ่งเย่ ท่านปู่รู้แล้วกระมัง?”
“อืม ข้าบอกเขาแล้ว เราปิดบังท่านปู่ไม่ได้หรอก ส่วนท่านยา ปิดไปก่อนก็แล้วกัน! ร่างกายของนางรับแรงกระทบกระเทือนอย่างนี้ไม่ไหว” พูดมาถึงเรื่องนี้ เธอถอนหายใจเบาๆ
หากพวกเสี่ยวเฟิ่ง