้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ตั้งตัวไม่ทัน เรื่องนี้จึงต้องชะลอไปก่อน” เธอยิ้มตาหยี “แต่สำหรับพวกข้า การแต่งงานก็เป็นเพียงพิธีการอย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
ทั้งสองอยู่พูดคุยในศาลาครู่หนึ่ง เฟิ่งจิ่วเห็นว่าสายแล้ว จึงลุกขึ้น “ข้ายังมีธุระ ไม่อยู่คุยกับท่านแล้ว หากท่านรู้สึกเบื่อก็ให้คนพาไปเดินเล่นรอบๆ วังได้”
“เจ้าไปทำธุระเถิด!” มู่หรงอี้เซวียนพยักหน้า มองเธอหมุนตัวเดินจากไป เนิ่นนาน จึงค่อยละสายตากลับมาแล้วดื่มชาต่อ
เดิมเฟิ่งจิ่วตั้งใจจะไปเยี่ยมผู้ครองแคว้นเซวียนหยวน แต่เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินสวนมาระหว่างทาง พอเห็นเขา เธอก็เดินเข้าไปถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านมาอยู่นี่ได้อย่างไร?”
“ไม่ต้องไปแล้ว เขาเริ่มเก็บตัวไปแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอก กุมมือเธอเดินไปข้างหน้า “ข้าคอยกางเขตอาคมเพื่อคุ้มครองเขา ยาเขาก็กินแล้ว ตอนนี้เพียงรอเขาออกจากการเก็บตัวก็พอ”
“ตอนแรกข้ายังอยากไปดูสักหน่อย แต่ในเมื่อเก็บตัวไปแล้ว เช่นนั้นก็ช่างเถิด” เธอยกมือขึ้นเปลี่ยนเป็นคล้องแขนเขา ทั้งสองเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ข้างหลัง มีเหลิ่งซวงกับอิ่งอีเดินตามมา
“ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วันจะให้องครักษ์เฟิ่งคุ้มกันพวกท่านปู่กลับไปก่อน มีพวกท่านพ่อของข้าอยู่ข้างๆ ข้าก็จะได้วางใจหน่อย” เธอกล่าวเสียงเบา พลางคิคคำนวณเรื่องราวต่อจากนี้
“เจ้าไม่ได้จะพาองครักษ์เฟิ่งไปที่แผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำด้วยหรือ?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม
“ข้ายั