ูดถึงเรื่องของเสี่ยวเฟิ่งเย่แม้แต่น้อย
เรื่องที่ทำให้กวนสีหลิ่นประหลาดใจก็คือ ไม่นึกว่าจะได้เจอมู่หรงอี้เซวียนที่นี่ ได้พบกันอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี จะว่าไป ก็ช่างเป็นความรู้สึกที่ประหลาดนัก
เฟิ่งจิ่วเห็นทุกคนมากันเกือบครบแล้ว เหลือเพียงผู้ครองแคว้นจักรวรรดิเซวียนหยวนที่ยังไม่มา ทว่าพอเธอกวาดมองรอบๆ กลับไม่เห็นเงาร่างของโม่เฉิน จึงหันไปถามเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ “โม่เฉินเล่า? ท่านเห็นเขาหรือไม่?”
“เหลิ่งหวาไปเชิญแล้ว น่าจะยังมาไม่ถึง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ มองดูกลุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างล่าง นอกจากมู่หรงอี้เซวียนแล้ว ยังมีโม่เฉินอีกคน แม้พวกเขาล้วนเก็บซ่อนความคิดไว้ แต่เขารู้ดี เฟิ่งจิ่วยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่คิดอะไร โดยเฉพาะโม่เฉินที่ตั้งใจมาติดตามเฟิ่งจิ่ว ไม่ยอมกลับ
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ ลึกๆ ข้างในของเขาก็รู้สึกหึงหวง ผู้หญิงของเขา โดดเด่นและเป็นที่ดึงดูดเกินไปแล้ว
“นายท่าน ข้าไปดูอีกครั้ง” เหลิ่งที่อยู่ข้างหลังบอก ขณะกำลังจะเดินออกไป ก็เห็นเงาร่างสีขาวเดินเข้ามา จึงบอกเฟิ่งจิ่วว่า “นายท่าน คุณชายโม่เฉินมาแล้ว”
เฟิ่งจิ่วมองออกไป เห็นโม่เฉินในชุดสีขาวคล้ายหน้าซีดๆ จึงอดชะงักไม่ได้ ลอบคิดในใจ เหตุใดสีหน้าดูย่ำแย่เพียงนี้? หรือไม่สบายตรงไหน?
มู่หรงอี้เซวียนที่นั่งอยู่ข้างล่างหันมองตามสายตาของเฟิ่งจิ่ว ลอบมองพิจารณาโม่เฉินเงียบๆ คนผู้นี้ก็คือโม่เฉิน ศิษย์ข