ามว่าพวกเขาจะประสบเคราะห์กรรมจริงๆ มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาอาจถูกช่วยไปแล้ว”
“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว” เขาโบกมือ ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป
“ท่านปู่ ข้าขอโทษ ล้วนเป็นความผิดของข้า” เธอก้มหน้า ในใจเต็มไปด้วยความละอาย บางที หากไม่ใช่เพราะเธอ พวกเขาอาจไม่ต้องเจอกับการพลัดพรากเช่นนี้
“ไม่ ปู่รู้ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า” เขาถอนหายใจ “นี่ล้วนเป็นโชคชะตา บางที เด็กคนนี้กับพวกข้าคงมีวาสนาที่เปราะบางต่อกัน” นึกถึงตอนที่เพิ่งคลอดเขาออกมาก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ใครจะรู้ เพิ่งผ่านไปสามปี ก็ต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้อีก
เฟิ่งซานหยวนลุกขึ้น เดินกลับเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าเศร้าสลดอย่างปิดไม่มิด “เรื่องนี้ปิดบังท่านย่าของเจ้าต่อไปก็แล้วกัน! หากบอกความจริงกับนาง นางจะต้องรับไม่ไหวแน่”
เฟิ่งจิ่วเงยหน้า กระทั่งเขาเดินหายเข้าไปในห้อง ลึกๆ ข้างในรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก
“ข้าไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้าก็แล้วกัน!” รู้ว่าเธอกำลังหดหู่ เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงจูงมือเธอ แล้วพาเธอเดินออกไปข้างนอก
โม่เฉินที่อยู่ในตำหนักอีกฝั่งได้ยินว่าท่านปู่กับท่านย่าของเฟิ่งจิ่วกลับมาอย่างปลอดภัย ก็อดตกตะลึงไม่ได้ พวกเขาสองคนยังมีชีวิตอยู่งั้นหรือ? ท่านอาจารย์บอกว่านางจะต้องผ่านการพลักพรากจากกันด้วยความตาย ผ่านความทุกข์จากการที่บ้านแตกสาแหรกขาด รับรู้ความทุกข์จากการสูญเสียทุกอย่างและการเหลือตัวคนเดียว ทว่า ช่วงที่ผ่านมาแม้นาง