ั้น เฟิ่งจิ่วลุกพรวดทันที “เจ้าว่าอย่างไรนะ?” ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อย พยายามควบคุมหัวใจที่สั่นสะท้าน
“จริงนะขอรับ เฟิ่งซานหยวนท่านปู่ของท่าน ยังมีซู่ซีผู้นั้นอีกด้วย พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้อยู่ที่ตำหนักใหญ่…” ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นเงาร่างสีแดงพุ่งออกไปดุจสายฟ้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อนัยน์ตาไหวระริก หันมองฮุยหลาง “พวกเขายังมีชีวิตอยู่? เจ้าดูไม่ผิดแน่นะ?”
“ไม่ขอรับ ไม่ผิดแน่ๆ” ฮุยหลางบอก เหมือนนึกอะไรออก เขาลอบมองนายท่านของเขาแวบหนึ่ง ท่าทางลังเล ว่าจะบอกเขาเรื่องที่มู่หรงอี้เซวียนมาด้วยดีหรือไม่
“มีอะไรก็พูดมา มัวอ้ำอึ้งอะไรกัน?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหล่มองเขาแวบหนึ่ง พลางสาวเดินไปข้างนอก
“ขอรับ” ฮุยหลางรับคำ ครุ่นคิด แล้วบอกว่า “นายท่าน มู่หรงอี้เซวียนก็มาด้วย เขามากับพวกผู้อาวุโสเฟิ่งขอรับ” พูดจบ ก็เห็นนายท่านของเขาชะงักเท้าแล้วหันกลับมา
“เจ้าบอกว่ามู่หรงอี้เซวียน?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเขาแล้วถาม สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิด
ฮุยหลางพยักหน้า “ขอรับ เป็นเขา”
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อหมุนตัวสาวเท้าก้าวใหญ่เดินไปข้างหน้า ในใจลอบคิด มู่หรงอี้เซวียนคนนั้นไร้ข่าวคราวมาตั้งนาน เหตุใดจู่ๆ ก็โผล่หน้าออกมา? แล้วยังมากับพวกผู้อาวุโสเฟิ่งด้วย?
ขณะเดียวกันที่ตำหนักใหญ่ เฟิ่งจิ่วพุ่งตัวเข้ามาราวกับสายลม
“ท่านปู่!”
เธอพุ่งเขาไปกอดเฟิ่งซานหยวนแน่น “ท่านปู่ เป็นท่านจริงๆ ด้วย เป็นท่านจริงๆ ข้