อของนางกุมมือของเธอแน่น กลัวว่านี่จะเป็นเพียงคำโกหกด้วยความหวังดีของเธอเท่านั้น
“จริงๆ เจ้าค่ะ ข้าจะโกหกท่านได้อย่างไรกัน!” เธอยิ้มๆ พลางเช็ดน้ำตาให้นาง “ท่านนั่งลงก่อน ข้าจะค่อยๆ เล่าให้พวกท่านฟังเอง”
“ท่านปู่ ท่านนั่งก่อน” สิ้นเสียง ก็หันไปมองมู่หรงอี้เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหนึ่ง อดตะลึงงันไม่ได้ “เป็นท่านเองหรือ?”
“ข้าเอง” มู่หรงอี้เซวียนพยักหน้าน้อยๆ ดวงตาอ่อนโยนจับจ้องที่เธอ แววตาลึกซึ้ง ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ด้านนอก เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนอยู่หน้าประตูตำหนักได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว ก็หันไปกำชับฮุยหลางที่อยู่ข้างหลัง แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น แล้วจึงค่อยเดินเข้าไป
“ท่านพี่ ข้าออกไปประเดี๋ยว” เหลิ่งหวากระซิบบอกเหลิ่งซวง แล้วออกไปพร้อมกับฮุยหลาง
เหลิ่งซวงมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับมา แล้วยืนมองเข้าไปข้างในเงียบๆ ฟังพวกเขาคุยกัน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินเข้ามาข้างใน เหลือบมองคนบางคนแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยเดินเข้าไปขานเรียก “ท่านปู่ ท่านย่า” เขาเรียกตามเฟิ่งจิ่ว เหมือนว่ามีเพียงคำเรียกขานนี้เท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด
………………………………….