แล้ว พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ทุกคนค่อยฉลองกันเต็มที่”
“ดี” กวนสีหลิ่นหัวเราะเสียงดังกังวาน แล้วบอกว่า “อย่างนั้นเจ้าก็รีบไปพักผ่อนเถิด!” พูดจบ ทุกคนถอยหลัง เปิดทางเส้นหนึ่ง แล้วมองดูเซวียนหยวนโม่เจ๋อโอบไหล่เธอเดินออกไป จากนั้นก็จับกลุ่มคุยกันอีกครั้ง
“นายท่านยอดเยี่ยมจริงๆ ยาอย่างนี้ก็ยังหลอมขึ้นมาได้ พวกเจ้าว่า ต่อไปจะหลอมยาชุบชีวิตได้หรือไม่?” หลัวหวี่พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ฟั่นหลินที่อยู่ข้างๆ ตอบว่า “นั่นคงเป็นไปไม่ได้กระมัง! ยาชุบชีวิตหลอมขึ้นมาได้ง่ายๆ เสียที่ไหน?”
“ในโลกนี้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ บางทีอาจกลายเป็นเป็นไปได้” โม่เฉินกล่าว มองทุกคนแวบหนึ่ง ยิ้มๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป
ทุกคนได้ยินเขาพูดอย่างนั้นก็เงียบครุ่นคิด ไม่นานก็ได้ยินเสียงของกวนสีหลิ่นดังมา
“เอาล่ะ ไป ข้าเลี้ยงเหล้าทุกคนเอง” เขาตบไหล่พวกเขา แล้วพาทุกคนเดินจากไปพร้อมกัน ส่วนผู้ครองแคว้นบุริมฉายได้แต่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตามทุกคนไป
เดิมทีเขาจะกลับจักรวรรดิบุริมฉาย ใครจะรู้สุดท้ายกลับถูกกวนสีหลิ่นลากมาด้วย มาถึงที่นี่ฐานะของเขาก็ชวนให้อึดอัดใจไม่น้อย หวังเพียงว่า อีกไม่กี่วันหลังจากรายงานเรื่องต่างๆ ให้เฟิ่งจิ่วเรียบร้อยแล้ว จะได้กลับบุริมฉายเร็วๆ
ในอีกด้าน เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่พาเฟิ่งจิ่วกลับตำหนักนั่งรออยู่ข้างนอก เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างในกำลังแช่น้ำ หล