เธอด้วยสายตาลึกล้ำ “เวลาครึ่งปีเจ้ากลับทะลวงขั้นเป็นปราชญ์เซียนได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ” พลังเช่นนี้ ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถทะลวงขั้นได้อีกครั้งแล้ว
“จะไปแถบเหนือแม่น้ำ พลังเท่านี้ยังไม่พอ” เธอบอก นึกถึงเรื่องที่กลุ่มอำนาจแถบเหนือแม่น้ำสังหารพวกท่านปู่ของเธอ เธออดไม่ได้ที่จะกำหมัด
เธอไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่! เธอจะทำให้พวกเขาชดใช้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน!
“หากร่างกายของเสด็จพ่อของข้าหายดีเมื่อใด ข้าจะไปกับเจ้า” เขากุมมือนางแล้วบอก
เฟิ่งจิ่วไม่พูดอะไร เพียงอิงแอบในอ้อมอกเขา ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ขณะเดียวกัน นอกราชวังเซวียนหยวน เรือบินลำหนึ่งค่อยๆ ลงจอด ครั้นเรือบินลงจอดถึงพื้น เฟิ่งซานหยวนกับซู่ซีเดินออกมาจากข้างใน หยุดยืนอยู่หน้าประตูวังหลวง
มู่หรงอี้เซวียนเองก็เดินออกมาจากข้างหลัง ข้างกายมีเพียงองรักษ์ชุดดำติดตามมาคนเดียว หยุดยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งซานหยวน
“ผู้ใดกัน!” ทหารเฝ้าประตูวังตวาดถามเสียงเข้ม
“เจ้าไปรายงานที ข้าชื่อเฟิ่งซานหยวน” รู้ว่าคนพวกนี้ไม่รู้จักเขา เฟิ่งซานหยวนจึงไม่โกรธเคือง เพียงมองทหารตรงหน้าแล้วบอกเขา
ได้ยินว่าเขาแซ่เฟิ่ง ทหารนายนั้นชะงัก รีบวิ่งเข้าไปข้างใน ครั้นถึงข้างใน ก็เจอฮุยหลางที่กำลังจะไปหาพวกกวนสีหลิ่นพอดี จึงรีบเรียกเขา
“หัวหน้าองครักษ์”
ฮุยหลางที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีตั้งใจจะไปชวนพวกกวนสีหลิ่นดื่มชา นึกไม่ถึงทหารคนหนึ่งกลับขวางหน้าเขา จึงถามด้วยความ