“ท่านก็อยู่ให้ห่างเขาหน่อย จะได้ไม่ถูกเขาทำบาดเจ็บเช่นนี้อีก”
“นั่นข้าออมมือให้เขา ไม่เช่นนั้นเขามีดีอะไรจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้?” เขาแค่นเสียงเบาๆ มุมปากหยักยกขึ้น กอดรัดคนในอ้อมแขน เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
บางทีอาจเพราะพักนี้ไม่ค่อยได้พักผ่อนเต็มที่ เขากอดเฟิ่งจิ่วพร้อมกับพูดคุยกับเธอ ไม่นานกลับเผลอหลับไป
ครั้นรู้สึกได้ถึงลมหายใจอันสม่ำเสมอ เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ขุดคู้อยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้วหลับตา ไม่ได้เจอกันนานขนาดนี้ เธอเองก็คิดถึงเขาเหมือนกัน เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเธอเพิ่งมาถึงเขาก็เล่นลูกไม้เช่นนี้ ทำเอาเธอทั้งขำทั้งโมโห
ด้านนอก โม่เฉินที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักถูกอิ่งอีขวางไว้ อิ่งอีมองเขา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “คุณชายโม่เฉิน นายท่านของข้ากับภูตหมอกำลังพักผ่อน เชิญคุณชายโม่เฉินค่อยกลับมาใหม่อีกครั้งด้วย!”
ได้ยินอย่างนั้น ดวงตาของโม่เฉินมีแววประหลาดใจพาดผ่าน เขามองเข้าไปข้างใน จากนั้นก็ยิ้มๆ “ก็ดี” เขาไม่ได้อยู่ต่อ เพียงหมุนตัวเดินจากไป
ไม่นาน ฮุยหลางเดินมา กำลังจะเดินเข้าไปก็เห็นอิ่งอีเดินออกมา เขารีบโบกมือ ยิ้มกว้างแล้วทักทาย “อิ่งอี ข้ากลับมาแล้ว”
อิ่งอีเหล่มองเขาแวบหนึ่ง “ข้าเห็นแล้ว”
“นายท่านเป็นอย่างไรบ้าง? เหตุใดเขาจึงถูกคุณชายโม่เฉินทำให้บาดเจ็บได้เล่า? ไม่เป็นไรมากกระมัง?” ขณะถาม เขาชะโงกหน้ามองเข้าไปในตำหนัก อยากดูว่ามีเงาร่างของภูตหมออยู่ข้างในหรือไม่
“ไม่ต้องดูแล้ว นาย