่ำมีเสน่ห์ดังขึ้น เงาร่างสีดำก็โฉบไหว โจมตีโม่เฉินที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงนั้น
กลิ่นอายพลังวิญญาณรอบตัวโม่เฉินถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา เสื้อขาวสะบัดโบก เส้นผมสีหมึกปลิวสยาย เผชิญหน้ากับกระบวนท่าของเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่โจมตีเข้ามา เขาไม่เกรงกลัว ยังคงสุขุมเหมือนเดิม ใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่เสมอ
กระทั่ง เงาร่างสีดำของเซวียนหยวนโม่เจ๋อพุ่งเข้ามาใกล้ เขาจึงเริ่มจู่โจม เงาร่างสองเงา หนึ่งดำหนึ่งขาวประมือกันนอกตำหนัก กระแสพลังอันแข็งแกร่งรอบตัวทั้งสองป่วนพล่าน แม้จะเป็นเพียงการสู้กันมือเปล่า ทว่าการโจมตีแต่ละครั้งกลับทำให้องครักษ์ลับที่เร้นกายอยู่ในที่ลับและอิ่งอีตกตะลึง
นี่ก็คือการต่อสู้ของยอดฝีมือ!
ในมือไร้อาวุธ แต่กลิ่นอายที่กระจายอยู่รอบตัวกลับแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น กลิ่นอายพลังวิญญาณบนตัวพวกเขาสองคนสูสีกันจนตัดสินไม่ได้ แรงกดดันก็เช่นกัน การเคลื่อนไหวของพวกเขาเร็วมาก ด้วยพลังของอิ่งอีกับคนอื่นแทบมองกระบวนท่าของพวกเขาไม่ออก เห็นเพียงเงาร่างสองเงาสู้กันอย่างสูสี
“บึ้ม!”
อิ่งอีเบิกตากว้าง เห็นนายท่านของเขาเปลี่ยนฝ่ามือเป็นหมัด เหวี่ยงใส่เบ้าตาของโม่เฉินเต็มๆ ได้ยินเพียงโม่เฉินสูดหายใจดังซี๊ด รีบกุมตาถอยหลัง พอเอามือออก รอบดวงตาข้างซ้ายของเขาก็ปรากฏรอยบวมแดง ดูขัดกับดวงหน้างดงามดุจเทวดาของเขาอย่างชัดเจน สภาพเขาอย่างนั้นออกจะดูประหลาดเล็กน้อย พาให้ผู้พบเห็นต่างกลั้นขำไม่ไหว
“นี่