งของเขาตลอด เห็นแล้วขัดหูขัดตายิ่ง
ใบหน้างดงามดุจเทวดาชั้นฟ้าของโม่เฉินประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนสง่างาม มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำที่นั่งผึ่งผายอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ไม่ได้เจอกันครึ่งปี กลิ่นอายกษัตริย์รอบกายเขายิ่งชัดเจนขึ้น ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยบารมีน่าเกรงขาม ทำให้เขาอดถอนหายใจไม่ได้ กษัตริย์ อย่างไรก็ยังคงเป็นกษัตริย์อยู่วันยังค่ำ
“ท่านวางใจ ข้าไม่ได้มาหาท่าน ข้ามาที่นี่เพื่อรอเฟิ่งจิ่ว” เขาสาวเท้าแช่มช้า เดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง ยกถ้วยชาบนโต๊ะ แต่กลับไม่เห็นน้ำชา จึงหันไปพูดกับอิ่งอีที่เร้นกายอยู่ในที่มืด “อิ่งอี สั่งให้คนยกชามาให้ข้าสักถ้วยเถิด! ตลอดการเดินทางแม้แต่น้ำก็ยังไม่ได้ดื่ม”
อิ่งอีชำเลืองมองโม่เฉินที่ทำตัวสบายราวกับอยู่บ้างตนเองแวบหนึ่ง แล้วแอบเหลือบมองนายท่านที่กำลังทำหน้าเครียด เห็นเขาไม่พูดอะไร จึงไหวกายออกไปข้างนอก แล้วสั่งให้คนนำชามาสองถ้วย เขายกเข้ามาด้วยตนเอง ถ้วยหนึ่งวางลงบนโต๊ะตรงหน้านายท่านของเขา ถ้วยหนึ่งวางไว้ข้างเก้าอี้ที่โม่เฉินนั่งอยู่
“อย่างนั้นท่านน่าจะรู้ นางไม่ได้อยู่ที่นี่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อยกน้ำชาขึ้นจิบ เพียงแต่สีหน้ายังคงดำทะมึนเช่นเดิม
ผู้ชายคนหนึ่ง หนำซ้ำยังเป็นชายหนุ่มหน้าละอ่อน เดินเข้ามาถึงในบ้านแล้วบอกเจ้าว่า ข้ามารอผู้หญิงของเจ้า ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าความรู้สึกเป็นเช่นไร
เขารู้ว่าใครๆ ก็ต้องการแย่งชิงผู้หญิงของเขา เผลอไผลแวบเดีย