วก็อาจถูกผู้อื่นหมายตาได้ แต่ครึ่งปีมานี้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย คำนวณดูแล้วทั้งสองไม่ได้เจอกันครึ่งปี หนำซ้ำพวกเขาสองคนเดิมทีก็มีโอกาสอยู่ด้วยกันน้อยมาก ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
โม่เฉินพยักหน้า “อืม ข้ารู้นางไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ไม่นานก็น่าจะกลับมาแล้ว ข้าจึงมารอนางที่นี่” ใบหน้าของเขาประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนสง่างาม มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแวบหนึ่ง แล้วยกชาขึ้นจิบ
จากนั้น ก็เอ่ยเสียงแช่มช้า “อีกอย่าง คราวนี้ข้าตั้งใจจะติดตามอยู่ข้างกายนาง หลังสะสางเรื่องราวที่นี่แล้ว ข้าคิดว่านางน่าจะเดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ ข้าคุ้นเคยกับที่นั่นพอดี มีข้าอยู่ข้างกายนางท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก”
อิ่งอีที่ยืนอยู่ข้างหนึ่งปาดเหงื่อบนหน้าผาก รู้สึกเพียงอุณหภูมิในห้องนี้เหมือนจะต่ำลงหลายส่วน อีกทั้งยังมีไอพิฆาตกระจายอยู่ในอากาศรอบตัว ทำให้เขาที่ยืนอยู่ตรงนี้กระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข
คุณชายโม่เฉินผู้นี้ ตั้งใจมาหาเรื่องกระมัง? เขาไม่กลัวนายท่านจะเดือดดาลจนปลิดชีวิตเขาเลยหรืออย่างไร?
แต่จะว่าไปแล้ว พลังของสองคนนี้ ใครแกร่งกว่าใครกันแน่นะ?
นึกมาถึงตรงนี้ สายตาของเขาอดมองพิจารณากลับไปกลับมาระหว่างพวกเขาสองคนไม่ได้ พลางลอบคาดเดาในใจ เดิมทีคุณชายโม่เฉินมาจากตระกูลใหญ่ในแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ ได้ยินมาว่าในตระกูลเขามีฐานะไม่ธรรมดา ทั้งยังเป็นศิษย์ของผู้เฒ่าเทียนจี ปูมหลังเช่นนี้ไม่ได้ด้