เชื่อ
“ทำไมรึ มีปัญหาตรงไหน?” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ลูกชายข้าเป็นปัญญาชน มีตำแหน่งติดตัว ใครหน้าไหนก็มาใส่ร้ายไม่ได้ พวกท่านบอกว่าเงินหายไป กล้าสาดน้ำโคลนใส่พวกข้า หาว่าพวกข้าขโมยเงิน ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปพบกันบนชั้นศาล ให้ใต้เท้านายอำเภอเป็นคนตัดสินก็แล้วกัน”
“ฮ่า! เจ้าคิดว่าพวกข้ากลัวเจ้างั้นเรอะ?” เฉินต้าซานยกมือกดตัวสะใภ้ใหญ่เฉินที่คิดจะพูดอะไรเอาไว้ มองเย่อวี๋หรานพลางกล่าวอย่างเย็นชา “ที่นี่คือเมืองผู่โซ่ว เจ้าคิดว่าลูกชายเจ้าที่เป็นแค่ซิ่วไฉตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็สามารถอวดบารมีข่มได้แล้วใช่ไหม?”
“ข้าเพียงเชื่อว่าคนยืนตรงไม่กลัวเงาคด ไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ใครจะวางแผนใส่ร้ายอย่างไรก็อย่าหวังเลยว่าจะสามารถสาดน้ำโคลนมาใส่สกุลจูของพวกข้าได้”
“ใครวางแผนใส่ร้าย? เจ้าคิดเอาเองเถอะว่าพอพวกเจ้าย้ายเข้ามา เงินในบ้านพวกข้าก็หายไป เรื่องนี้จะบังเอิญเกินไปแล้วกระมัง?”
“ความจริงก็คือ ไม่ว่าพวกท่านจะทำเงินหายจริงหรือหายปลอมก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกข้า” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าไม่ยี่หระ “ร้อยตำลึงเท่านั้นเอง ก็แค่ค่ายาของหลานชายข้ากระปุกเดียว พวกข้าไม่ได้มีสายตาแคบสั้นถึงขั้นนั้น จะได้ยอมทิ้งตำแหน่งของเจ้าเจ็ดเพื่อเงินค่ายาหนึ่งกระปุก” นางกล่าวอย่างชอบด้วยเหตุผล
“ค่ายากระปุกเดียว? ท่านโอ้อวดเกินจริงกระมัง?” อย่าว่าแต่เฉินเสิ่นไม่เชื่อ กระทั่งสะใภ้รองเฉินก็ไม่เชื่อเช่นกัน
ถ้าคนสกุลจูรวยจร