ิงแล้วเหตุใดต้องมาเช่าเรือนของพวกตนด้วย ไปเช่าที่ที่ดีกว่านี้ มิดีกว่าหรือ?
เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเย็นชา “ยาทาบัวหิมะของโรงหมอไป่เย่าถัง พวกท่านคิดว่าราคาเท่าไหร่กันเล่า?”
เฉินเสิ่น สะใภ้ใหญ่ และสะใภ้รองเฉินล้วนสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
‘ยาทาบัวหิมะ’ ของโรงหมอไป่เย่าถัง พวกเขาย่อมเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง คราวก่อนลูกสาวที่กำลังจะออกเรือนของเพื่อนบ้านศีรษะฟาดธรณีประตูก็ซื้อมาหนึ่งกระปุก
เงินกว่าร้อยตำลึงนั้นทำให้ครอบครัวพวกเขาปวดใจแทบตาย
แต่จะไม่ซื้อก็ไม่ได้ ลูกสาวถึงวัยออกเรือนแล้ว แต่กลับมามีแผลเป็นบนใบหน้า แล้วจะดูตัวอย่างไร?
ตราบใดที่ยังมีตัวเลือก ใครจะเลือกเด็กสาวที่มีแผลเป็นบนใบหน้า ที่บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองจนคนอื่นต้องดั้นด้นมาสู่ขอให้ได้เสียหน่อย
“ท่านก็ตัดใจได้ลงนะ ก็แค่กระแทกนิดหน่อย ทั้งยังเป็นเด็กผู้ชาย ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ยาทาบัวหิมะเลยนี่นา?” เฉินเสิ่นพูด
“ต้องใช้สิ ทั้งยังใช้ต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อให้แน่ใจว่าหลานชายคนโตของข้าจะไม่เป็นแผลเป็น” เย่อวี๋หรานกล่าว “ถ้าเขามีแผลเป็นแล้ววันหน้าจะสอบรับราชการอย่างไร? อาเล็กของพวกเขาสอบเป็นซิ่วไฉได้ ถึงเขาไม่อาจทำได้ดีกว่าเจ้าเจ็ด แต่ก็ไม่มีทางด้อยกว่าเจ้าเจ็ดแน่นอน”
เย่อวี๋หรานกล่าวคำเขื่องนัก เสมือนว่า ‘ซิ่วไฉ’ เป็นด่านที่ทุกคนต้องก้าวข้าม มีแต่ก้าวผ่านไปได้จึงจะเรียกว่า ‘คน’ หากไม่ผ่านก็ไม่ใช่แล้ว
เฉินเสิ่นเบิกตามองอย่างไม่อยากจะเชื