ๆ พลังเร้นลับและพลังวิญญาณของทั้งสองกำลังต่อสู้กัน กลายเป็นกระแสอากาศที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าห่อหุ้มคุ้มกันร่างกายของพวกเขา
“แกร๊ก!”
ขณะที่ดาบและกระบี่ดวลพลังกัน ทันใดนั้นเสียงแตกร้าวก็ดังขึ้น เหมือนเสียงเวลาที่อาวุธใกล้จะหัก ได้ยินเสียงนั้น อาวุโสเหยียนตะลึง โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยร้าวบนกระบี่ยาวในมือ ก็ยิ่งตื่นตะลึงพรึงเพริด
“บึ้ม!”
หลังจากเสียงแกร๊ก ขณะที่อาวุโสเหยียนกำลังสับสน เสียงบึ้มดังขึ้น กระบี่ยาวในมือเขาถูกฟันหัก ปลายกระบี่ลอยออกไป
“พลั่ก!”
เมื่อไม่มีกระบี่ยาวคอยขวาง กระแสพลังขุมนั้นปะทะร่างของเขา ได้ยินเพียงเสียงพลั่ก อาวุโสเหยียนกระอักเลือด ร่างกายถูกกระแทกปลิวออกไปอย่างแรง ร่วงตกลงกลางอากาศ
“อ๊าก!”
อาวุโสเหยียนตกใจ ขณะที่ร่วงตกลงไป ก็คิดจะหนี!
ทว่า กวนสีหลิ่นไม่เปิดโอกาสให้เขาหนี เขาควงดาบไล่ตามไป แล้วตวัดฟันไปที่แผ่นหลังของอาวุโสเหยียนเต็มแรง
“ชิ้ง!”
“ฉึก!”
ดาบนั้นตวัดลงบนร่างของอาวุโสเหยียน เดิมนึกว่าสามารถปลิดชีพของเขา ใครจะรู้หลังถูกฟัน ประกายแสงเส้นหนึ่งกลับสะท้อนออกมา คล้ายมีวิชารักษาชีวิตอยู่กับตัว
เมื่อเพ่งมอง เสื้อด้านหลังของอาวุโสเหยียนขาดวิ่น แต่แผ่นหลังเขากลับไม่มีเลือดสักหยด เห็นอย่างนั้น กวนสีหลิ่นควงดาบไล่ตามไปอีกครั้ง
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก! ยอมตายเสียดีๆ!”
สิ้นเสียง เขาถ่ายเทพลังเร้นลับทั้งหมดลงในดาบใหญ่ เห็นเพียงดาบเล่มใหญ่มีประกายแสงแข็งแกร่งเยือกเย็