ิ่งหวงของพวกเขาคงไม่ภูกทำลาย
สำหรับผู้อาวุโสเหยียนและเหล่าทหารที่ได้รับคำสั่งให้มาสังหารพวกกวนสีหลิ่น ล้วนเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะสร้างผลงานใหญ่ พวกเขาจะสั่งสอนให้พวกนั้นหนีไม่รอดแม้แต่คนเดียว
“พวกเจ้าจงฟังข้าให้ดี อย่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” เขาหันไปบอกเหล่าทหารที่อยู่ข้างหลัง
“ขอรับ!”
เหล่าทหารรับคำอย่างขึงขัง ได้ยินว่าคนพวกนั้นมีเพียงสิบกว่าคน แต่พวกเขามีกันถึงหนึ่งร้อยคน ว่ากันแค่เรื่องจำนวนคนก็ได้เปรียบแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพลังของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าคนจากแคว้นระดับพวกนั้น จะฆ่าคนพวกนั้นไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย แล้วจะปล่อยให้พวกนั้นหนีไปได้อย่างไรกัน!
“แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ประชิดเข้าไปจากสองฝั่งซ้ายขวา!” อาวุโสเหยียนโบกมือ ส่งสัญญาณให้พวกเขาแยกย้ายไปสองทาง เพื่อล้อมคนที่อยู่หลังเขา
ด้วยเหตุนั้น ทหารร้อยนายรีบแบ่งออกเป็นสองฝั่ง เก็บงำกลิ่นอายแล้วแยกย้ายไปสองทาง ตั้งใจจะบุกล้อมศัตรู
ขณะเดียวกัน กวนสีหลิ่น ตู้ฝานและหลัวอวี่กับหัวหน้าองครักษ์ทั้งแปดรออยู่นานแล้ว พวกเขากลั้นหายใจฟังเสียงเคลื่อนไหว องครักษ์เฟิ่งนายหนึ่งเข้ามารายงานอย่างเงียบเชียบ
“รายงานขอรับ! ผู้มามีประมาณหนึ่งร้อยคน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มล้อมพวกเรามาจากสองทาง ผู้นำคือชายชราวรยุทธ์ระดับเซียนเหิน เพื่อไม่ให้ถูกจับได้จึงไม่ได้เข้าใกล้มาก มองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นได้ไม่ชัด ทว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสองผู้ฝึกตนระดับเ