งพวกนั้น? หรือคนของบุริมฉายของพวกเขา?”
ไม่ น่าจะเป็นเสียงกรีดร้องของพวกกวนสีหลิ่น คนแค่สิบกว่าคน จะสู้ทหารนับร้อยของเขาได้อย่างไรกัน? ต้องบอกก่อนว่าในร้อยคนนี้มีผู้แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อยเลย
เพียงแต่ แม้ในใจจะปลอบตนเองอย่างนี้ ทว่าสังหรณ์บางอย่างกลับทำให้เขาไม่กล้าประมาท เขาเดินเข้าไปข้างใน อยากเข้าไปดูให้เห็นกับตาตนเอง
ทว่าในค่ายกลนั้น หลังจากโจมตีด้วยการสาดธนูใส่ระลอกหนึ่ง ภายใต้คำสั่ง ห่าธนูหยุดลง ในตอนนี้เอง ทหารห้าสิบคน เหลือเพียงสามคนเท่านั้น และสามคนนั้น ก็เป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ
หลัวอวี่กับฟั่นหลินและหัวหน้าองครักษ์อีกสองคน รวมถึงตู้ฝานมองหน้ากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองสามคนนั้น กำชับองครักษ์เฟิ่งรอบๆ “คนที่เหลือถอยออกไปคอยเฝ้าระวัง! ตาเฒ่าสามคนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกข้า!”
สิ้นเสียง ทั้งห้าคนพุ่งทะยานออกไป พวกหลัวอวี่ชักกระบี่ยาวพุ่งใส่ศัตรู ส่วนฟั่นหลินสั่งให้คนจุดควัน ทำให้กลิ่นควันลอยไปทางพวกนั้น และกระจายไปทั่วอากาศ
แม้การมองเห็นไม่ชัดเจน ทว่าเสียงดาบกระบี่กระทบกันกลับดังชัดเจน พลังกระบี่ดุดันพาดผ่านกลางอากาศ ฟันต้นไม้รอบๆ ขาดเป็นท่อนๆ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล แยกไม่ออกว่าเป็นของพวกเขา หรือของศัตรู
………………………………….