ว่าเรากำลังเดินวนอยู่ที่เดิม? เหมือนเราเพิ่งเดินผ่านที่นี่ไปเมื่อกี้” ทหารที่เดินนำหน้าพูดขึ้น
“หรือว่าที่นี่ถูกวางค่ายกลไว้? อีกอย่าง เหตุใดข้ารู้สึกเหมือนได้กลิ่นคาวเลือดที่นี่? พวกเจ้าไม่ได้กลิ่นหรือ?” คนข้างหลังถาม ขณะหันหลังไปมอง องครักษ์เฟิ่งคนหนึ่งกระโจนออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใช้มีดสั้นแทงเข้าที่หน้าอกของเขา
“อึก! มะ มีการซุ่มโจมตี!”
คนคนนั้นตายทั้งที่ยังไม่อาจกลืนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดวงตาสองข้างเบิกกว้างจ้องคนที่กระโจนออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว พูดจบประโยค เขาก็ล้มลงไป
“มีการซุ่มโจมตี!”
ไม่รู้ผู้ใดเป็นคนตะโกน ทหารทั้งกลุ่มแตกตื่น รีบรวมตัวแล้วหันหลังชนกัน ครั้นเพ่งมองดูให้ดี พวกเขาถึงเห็นว่า เดิมทีกลุ่มของพวกเขาที่มีกันห้าสิบคน แต่ตอนนี้ กลับเหลือไม่ถึงครึ่ง!
“บ้าที่สุด! ฆ่าให้หมด!”
หัวหน้าทหารเห็นกลุ่มคนชุดดำที่พุ่งตัวออกมาจางๆ ท่ามกลางหมอกควัน พลันตะโกนสั่งด้วยความตกใจ ใครจะรู้ สิ้นเสียงของเขา ลูกธนูก็ถูกยิงเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ
“ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!”
ครั้งนี้ เป็นคนในกลุ่มองครักษ์เฟิ่งตะโกนสั่งเสียงดัง พวกเขาไม่ได้กระโจนเข้ามา เพียงยิงธนูใส่ศัตรู ลูกธนูนับไม่ถ้วนถูกยิงออกมา ดุจห่าธนูสาดใส่ทหารที่หันหลังชนกันเหล่านั้น
“โอ๊ย!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม นกในป่าแตกตื่นกระพือปีกบินหนี และทำให้อาวุโสเหยียนที่อยู่ไม่ไกลตกใจ เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เป็นคนขอ