นคู่ซ้อมให้ภูตหมอเอง” หากขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณ เขาต้านรับเธอไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ ทว่า หากไม่ได้ใช้กลิ่นอายพลังวิญญาณ ก็เป็นคนละเรื่องกัน อีกอย่าง เขาอาจได้เรียนรู้จากเธออย่างน้อยสักหนึ่งถึงสองกระบวนท่า!
นึกถึงตรงนี้ ลึกๆ ข้างในก็รู้สึกสนุกขึ้นมา ขณะเดียวกับที่หลบหลีกหมัดเขาก็โจมตีกลับทันที
ทั้งสองประมือกันในป่า ชายชุดดำที่อยู่รอบๆ เห็นก็ตาเป็นประกายขึ้นมา ต่างก็จดจ้องกระบวนท่าของทั้งสอง พวกเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับฝีมือของหัวหน้า กระบวนท่าก็เห็นจนชินแล้ว แต่กับภูตหมอนั้นกลับมีโอกาสได้พบน้อยครั้งมาก ยามนี้ได้เห็น กลับสังเกตถึงความแตกต่างอย่างมาก
การโจมตีของเฟิ่งจิ่วรุนแรงและพุ่งเป้าไปที่จุดตาย หากไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้ใช้กลิ่นอายพลังวิญญาณ หัวหน้าของพวกเขาคงต้านรับกระบวนท่าของนางไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว และขณะที่ดูการโจมตีจุดตายเหล่านั้น พวกเขาก็แอบจดจำไว้
ในวังบุริมฉาย ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายดวงตาดุดัน จ้องคนข้างล่าง “เจ้าว่าอย่างไรนะ? พบเบาะแสของคนพวกนั้นที่ภูเขาหลังวัง?”
“พ่ะย่ะค่ะ! พวกกระหม่อมไม่กล้าแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงมารายงานให้ฝ่าบาททราบ” ชายชุดดำรายงานเสียงเข้ม
“ดี ดีมาก! ถึงขั้นกล้าพุ่งเป้ามาที่บุริมฉายของเรา! ข้าจะทำให้พวกนั้นรู้ซึ้งถึงคำว่ามาได้ กลับไม่ได้!” เขากำหมัดแน่น คำรามด้วยน้ำเสียงแฝงไอสังหาร จากนั้น ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามว่า “เห็นเ