ด้เวลาพอดี ข้ากำลังคิดถึงเจ้าอยู่เลย!” เขาแสยะยิ้มอย่างเย็นชา สายตากวาดมองกวนสีหลิ่นที่อยู่ข้างกายนาง รวมถึงอีกสิบกว่าคนที่อยู่ข้างหลัง
“พรืด! พาคนมาแค่นี้ก็ยังกล้าเข้ามาในวังชื่อสุ่ยของเรา เฟิ่งจิ่ว เจ้าอวดดีเกินไปแล้ว วันนี้ ข้าจำให้พวกเจ้าหนีออกไปไม่ได้เลยสักคน! ลงมือ! นอกจากผู้หญิงชุดแดง ที่เหลือฆ่าให้หมด!”
ทว่า เขาออกคำสั่งแล้วกลับไม่เห็นความเคลื่อนไหว มีเพียงเฟิ่งจิ่วที่อยู่ตรงหน้าก้าวเข้ามาช้าๆ พร้อมกับหัวเราะหยัน เขาหันกลับไปตวัดสายตา แล้วตวาดเสียงดัง “พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่! ไม่ได้ยินที่ข้า…”
พูดยังไม่ทันจบ เสียงกลับขาดหายไปกลางคัน เพราะองครักษ์ลับพวกนั้นต่างก็หน้าซีดล้มลงไปทีละคน บนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ ไม่มีใครขยับตัวได้เลย
เวลานี้ เขานึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของพวกเขา รวมถึงคำพูดของเฟิ่งจิ่ว ครั้นจำได้ว่านางชำนาญวิชาแพทย์และยา ก็อดตกตะลึงไม่ได้ จ้องนางด้วยแววตาเดือดดาล “เจ้าวางยา!”
“จิ๊ๆๆ เพิ่งจะรู้ตัวเอาเวลานี้หรือ?” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า สาวเท้าเดินมาหยุดตรงหน้าเขา “ท่านพี่ คนคนนี้มอบให้ท่านใช้ฝึกซ้อมก็แล้วกัน”
“ดีเลย!” กวนสีหลิ่นรับคำเสียงเข้ม สาวเท้ายาวๆ มาข้างหน้า พุ่งตัวออกมาราวกับพยัคฆ์ทะยาน กำปั้นตวัดพาเอาสายลมรุนแรงโจมตีไปยังรัชทายาทชื่อสุ่ย
แรงกดดันแข็งแกร่งโจมตีเข้ามา ทำให้รัชทายาทชื่อสุ่ยตกตะลึง รีบตั้งท่ารับทันที เขารวบรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณหมายจะตั้งรับกำปั้นลูกนั้น