ขา ด้วยเหตุนี้ แต่ละคนจึงยืนตัวตรงอยู่กลางป่า รอการมาถึงของนายท่านอย่างตื่นเต้น
ถึงแม้พวกเขาจะพอใจกับพัฒนาการของตนเองในครึ่งปีที่ผ่านมา แต่สำหรับนายท่าน นายท่านจะคิดว่าพวกเขาทะลวงขั้นช้าเกินไปหรือไม่? แม้พวกเขาจะพอใจอีกแค่ไหน และคิดว่าไม่เลวแล้ว แต่สุดท้ายก็เทียบไม่ได้กับการยอมรับเพียงคำเดียวจากนายท่าน
เฟิ่งจิ่วที่เดินไปด้วย คุยกับกวนสีหลิ่นไปด้วย เดินมาถึงใต้ต้นไม้ เห็นเหล่าองครักษ์เฟิ่งล้วนยืนอยู่ตรงนั้น แต่ละคนยืนหลังเหยียดตรงดั่งต้นสน บุคลิกองอาจผึ่งผาย รอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายกล้าหาญชาญชัย
เฟิ่งจิ่วเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าทุกคน ก็เห็นพวกเขาคุกเข่าลงหนึ่งข้างเพื่อคารวะ “คารวะนายท่าน!”
“ลุกขึ้นมาเถิด!”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า สายตามองพิจารณาพวกหลัวอวี่ทั้งแปดคน จากนั้นก็หวาดมองเหล่าองครักษ์เฟิ่งที่อยู่ข้างหลังพวกเขา ดวงจิตกวาดสำรวจหนึ่งรอบ ก็รู้ระดับพลังของพวกเขาคร่าวๆ แล้ว
เทียบกับครึ่งปีก่อน มีพัฒนาการขึ้นมากจริงๆ กอปรกับระหว่างทางพี่ชายของเธอบอกเธอแล้ว พลังต่อสู้และความสามารถในการพลิกแพลงล้วนมีพัฒนาการ ดูท่าคงจะถึงเวลาแล้ว
“แบ่งออกเป็นสองกลุ่มแล้วแข่งกัน ข้าจะดูพลังต่อสู้ของพวกเจ้า” เธอออกคำสั่ง จากนั้นก็ถอยหลัง เดินมายืนบนจุดที่อยู่สูงกว่า
“ขอรับ!” เมื่อทุกคนได้ยินคำสั่งของเธอ ก็รีบแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม พริบตาเดียว เสียงกระแสอากาศที่เกิดจากการเหวี่ยงกำปั้น รวมถึงเสียงคำรามดังกึกก้องไปท