ยงใดๆ คล้ายไม่คิดจะออกมา อีกทั้งดวงตาเล็กๆ คู่นั้นยังมองเฟิ่งจิ่วอย่างตักเตือนและระแวดระวัง
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วอึ้งเล็กน้อย นึกสงสัยในใจ จึงถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วหันไปพูดกับหงส์ไฟ “จับเจ้าขนเขียวออกมาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ได้” หงส์ไฟรับคำแล้วก้าวไปข้างหน้า ทว่ามันยังไม่ทันลงมือ เจ้าขนเขียวที่อยู่ข้างในก็ร้องขึ้นมา
“กุ๊กๆๆ! ไม่เอาๆ! ข้าไม่ออกไป!” มันแหงนหน้าส่งเสียงร้องกุ๊กๆ ก่อน จากนั้นก็ตะโกนด้วยภาษามนุษย์ กลัวว่าเฟิ่งจิ่วจะให้หงส์ไฟจับมันออกไปจริงๆ
เพราะตอนนั้นให้เจ้าขนเขียวกินยาพูดได้เพื่อสะดวกในการสื่อสารไปด้วย บางครั้งนอกจากมันจะขัน มันก็พูดภาษามนุษย์ด้วย เพียงแต่ หลังจากเข้ามาในห้วงมิติก็เหมือนจะไม่เคยได้ยินเสียงมันอีกเลย ไม่เช่นนั้นเธอกับเหล่าสัตว์คู่พันธสัญญาก็คงไม่ลืมมัน
“เหตุใดไม่ออกมา? เจ้าไม่เป็นไรกระมัง?” เฟิ่งจิ่วถาม พยักหน้าให้หงส์ไฟถอยไป แล้วถามว่า “เจ้าซ่อนตัวอยู่ข้างในทำอะไร?”
ใครจะรู้ เจ้าขนเขียวกลอกตาเล็กๆ คู่นั้นไปมา แล้วตอบว่า “ข้างในนี้อุ่น”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก เหลือบมองเจ้าขนเขียวด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ข้างในอุ่นงั้นหรือ? เช่นนั้นข้าเติมไฟให้เจ้า ย่างเจ้าเสียให้สุกเลยเอาหรือไม่? บางทีอย่างนี้คงจะอุ่นกว่า เจ้าว่าหรือไม่?”
“ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร” เจ้าขนเขียวพูดเหมือนน้อยใจ “ข้าก็แค่แอบกินยาทิพย์ของท่านเป็นบางครั้ง ไม่ได้ท