สียงข้างหลัง เหล่าไป๋เร่งความเร็วในการเคี้ยว แต่เพราะตกใจ ทำให้มันกลืนเมล็ดของผลวิญญาณลงไปด้วย รู้สึกเพียงเมล็ดเม็ดนั้นติดอยู่ในคอ จะกลืนก็กลืนไม่ลง จะคายก็คายไม่ออก จนมันหายใจไม่ออก
“แค่ก! แค่กๆๆ!”
เหล่าไป๋ก้มหัวอยากคายเมล็ดออกมา นึกไม่ถึงเมล็ดกลับติดคอไม่ยอมออกมา เท้าสองข้างคุกเข่าลง หมอบลงแล้วโอดร้องอยู่ตรงนั้น
เฟิ่งจิ่วเห็นก็ชะงัก รีบสาวเท้าเดินเข้าไปเร็วๆ “เจ้าดูเจ้า ขโมยกินของแล้วสิ!” เธอจับคางของมันแล้วยกขึ้นมา มืออีกข้างลูบคอของมัน ครั้นออกแรงกด ก็เห็นเมล็ดถูกคายออกมา
“ฟู่ว! รอดแล้วเรา!”
เหล่าไป๋ล้มตัวลงไป นอนหงายสี่ขาชี้ฟ้า มองนายท่านที่ยืนอยู่ข้างๆ รวมถึงสหายอีกสามตัว มันคลี่ปากยิ้มแห้ง “นายท่าน ผลไม้นั่นหอม หวาน กรอบ อร่อยมาก”
“อร่อยกับผีน่ะสิ!”
เฟิ่งจิ่วตวัดฝ่ามือตบลงไป “ข้ามีผลไม้แค่ห้าลูก อีกอย่างไม่รู้เป็นผลวิญญาณประเภทใด เจ้าก็กินมันเข้าไปแล้วหนึ่งลูก เห็นคำพูดข้าเป็นเพียงลมข้างหูจริงๆ ใช่หรือไม่?”
“นายท่าน นี่โทษข้าไม่ได้ ผลไม้นี่ลอยเข้ามาในปากข้าเอง จริงๆ นะ” มันกลอกตาไปมา ก้มหน้าไม่กล้ามองเธอ
“นี่เป็นต้นผลวิญญาณที่เดิมทีมีฝูงงูเฝ้าอยู่ เจ้ากินไปอย่างนี้ หากเกิดอะไรขึ้นเจ้าก็อย่ามาหาข้าก็แล้วกัน” เธอกอดอกแค่นเสียง
กลับไม่ใช่ว่าให้มันกินไม่ได้ เพียงแต่ ต้นไม้รูปขวดนี้เป็นผลกวิญญาณประเภทใดกันแน่ แล้วมีประโยชน์อะไร ตอนนั้นงูฝูงนั้นเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด จนถึงตอนนี้เธอ