ารู้สึกว่าผลไม้นั่นกรอบกว่าผลไม้อื่น หอมแล้วก็หวานกว่าด้วย รูปร่างก็สวยกว่า นอกนั้นก็ไม่มีอย่างอื่นแล้ว”
“ช่างเถิด ออกไปกันก่อนเถิด!” เธอเอ่ย ตั้งใจว่าออกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ผลวิญญาณนั่นจะมีประโยชน์อะไร ช้าเร็วก็ได้รู้เอง
“ขอรับ!” เหล่าไป๋สะบัดหางเตรียมจะตามเธอออกไป แล้วค่อยออกไปขโมยเหล้ากินที่ห้องเก็บเหล่าสักสองถ้วย ใครจะรู้ เดินไปสองก้าว จู่ๆ ก็รู้สึกร่างกายผิดปกติไป
“อึก!”
มันร้องครวญออกมา ล้มลงไปทั้งตัว ร่างกายกระตุกสั่น เสี่ยวเฮยกับกลืนเมฆาที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึง
ได้ยินเสียงข้างหลัง เฟิ่งจิ่วหันมาดูก็ตกใจ รีบเข้ามาหา “เหล่าไป๋? เจ้าเป็นอะไรไป?”
เหล่าไป๋ร่างกายกระตุกสั่น มันมองเฟิ่งจิ่ว กล่าวว่า “นายท่าน ขะ ข้าอาจต้องตายแล้ว…”
เฟิ่งจิ่วหน้าเครียด “ไม่หรอก เจ้าวางใจ แม้จะถูกพิษ ข้าก็ช่วยเจ้าได้”
“นายท่าน ข้าจะตายแล้ว ข้า ข้าทรมานไปทั้งตัว…มะ เหมือนร่างกายจะฉีกเป็นชิ้นๆ โอ๊ย…”
ร่างกายของมันท่วมเหงื่อ มันพูดพร้อมกับอาการกระตุกสั่น พลันนั้น ประกายแสงเส้นหนึ่งพุ่งออกจากตัวมัน ดีดเฟิ่งจิ่วกระเด็นออกไป
………………………………….