ี่ เขารู้อยู่แล้ว ด้วยความสามารถของนายท่าน ขอเพียงเขาขึ้นสั่งการ จะต้องสามารถทำให้จักรวรรดิเซวียนหยวนสงบมั่นคง ศัตรูข้างนอกไม่กล้ากล้ำกรายเข้ามาอย่างแน่นอน
ในอีกด้าน เฟิ่งจิ่วแบ่งคนที่มีอยู่เป็นหลายกลุ่ม และแยกย้ายกันเคลื่อนไหว พวกเธอไม่ได้รั้งอยู่ในราชวงศ์เฟิ่งหวงต่อ แต่กลับเคลื่อนไหวไปยังฐานทัพอีกที่ ซึ่งก็คือหุบเขาที่พวกไป๋เสี่ยวเคยรวมตัวกันอยู่
เธอตั้งใจไว้ว่าจะพาท่านพ่อกับท่านแม่ของเธอไปอยู่ที่นั่น รวมถึงองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งด้วย ด้านหนึ่งให้พวกเขาฝึกฝนเพิ่มพลัง อีกด้านที่แห่งนั้นก็ปลอดภัยกว่า
“นายท่าน พวกหลัวอวี่ถึงหุบเขาก่อนแล้วขอรับ” ตู้ฝานก้าวเข้ามารายงานเฟิ่งจิ่ว กลุ่มของพวกเขามีคนค่อนข้างนอก นอกจากฮูหยินเฟิ่งเซียว ก็มีแค่เฟิ่งจิ่วนายท่านของพวกเขาและกวนสีหลิ่น รวมถึงพวกเหลิ่งหวาเหลิ่งซวงเท่านั้น
ในรถม้า เฟิ่งจิ่วชะโงกหน้าออกมาดูท้องฟ้า แล้วบอกว่า “ฟ้าเริ่มมืดแล้ว คืนนี้หาที่พักแถวนี้ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่ออีกวันก็น่าจะถึงแล้ว”
“ขอรับ” ตู้ฝานรับคำ คุยกับเหลิ่งหวาสองสามประโยค ทั้งสองออกไปหาที่พักข้างหน้า เพื่อให้พวกเขาหยุดพักผ่อน
พวกเขาจุดกองไฟแล้วนั่งล้อมวงกัน พวกตู้ฝานออกไปหาสัตว์ป่ามาย่างกิน เห็นท่านพ่อของเธอเงียบงันไม่ค่อยพูดมาตลอดทาง เฟิ่งจิ่วจึงถาม “ท่านพ่อ ท่านอาลัยบ้านของเราหรือเจ้าคะ?”
เฟิ่งเซียวถอนหายใจ บอกว่า “ที่ที่ข้าเกิดและเติบโตมา ยามนี้กลับต้องจากบ้านเกิด