เพียงเด็กน้อยที่กำลังกอดต้นไม้กรีดร้องด้วยความตกใจ จากนั้นก็ร่วงตกลงมาจากต้นไม้
“อ๊าก!”
เสี่ยวเฟิ่งเย่ยกมือขึ้นปิดตาด้วยความกลัว ปล่อยโฮเสียงดัง เขากลับถูกเสือร้ายกิน กลัวว่าตายแล้วร่างกายจะเหลือแต่กระดูก บางที เสือร้ายอาจกินแม้กระทั่งกระดูกของเขาเข้าไปด้วย เช่นนั้นเขาก็จะไม่เหลือแม้แต่กระดูกแล้ว
ทว่า ท่ามกลางความหวาดกลัว เขาหลับตาแต่กลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการถูกพุ่งชน รวมถึงความเจ็บจากการถูกฉีกทึ้งด้วยเขี้ยวเล็บอันแหลมคม กลับได้ยินเสียงเสือร้ายร้องโหยหวนแทน
“ไม่เป็นไรแล้ว”
เสียงชราเปี่ยมด้วยคุณธรรมดังกระทบโสตประสาท ทำให้เสี่ยวเฟิ่งเย่อึ้งงัน มือน้อยที่กำลังปิดตาค่อยๆ แหวกออกเป็นช่องเล็กๆ เขามองผ่านช่องนิ้วมือ ก็เห็นท่านปู่ผมขาวคิ้วขาวใส่เสื้อผ้าสีขาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
“ท่านปู่เทพเซียน! ท่านจะต้องเป็นท่านปู่เทพเซียนแน่ๆ!”
เด็กน้อยเอามือลงด้วยความดีใจ จึงค้นพบว่าตนเองลอยอยู่กลางอากาศแล้ว ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยลงพื้นพร้อมกับแส้ขนหางจามรีในมือของท่านปู่เทพเซียนที่ปัดลง
ได้ยินเสี่ยวเฟิ่งเย่พูดอย่างนั้น ชายชรายกมือลูบหนวดแล้วหัวเราะเสียงดัง คล้ายเบิกบานใจมาก เขาลอยตัวลงมาจากกลางอากาศ ครั้นถึงพื้นดินก็ลุกขึ้นเดินมาหาจ้าวหยาง แล้วตรวจบาดแผลบนตัวเขา
“ท่านปู่เทพเซียน หยางหยางเป็นอย่างไรบ้าง? หยางหยางจะตายหรือไม่?” เสี่ยวเฟิ่งเย่ถามด้วยความเป็นห่วง
ชายชราลูบหนวดแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ “เ