ตามมาแล้ว!”
เสี่ยวเฟิ่งเย่ไม่กล้าถามอะไรอีก เท้าสั้นๆ รีบวิ่งตามเขาไป ทั้งสองออกจากประตูเมืองโดยปะปนไปกับฝูงชน หลังจากหนีออกไปนอกเมืองแล้วเข้าไปในป่า เสี่ยวเฟิ่งเย่สะดุดกิ่งไม้ล้มคะมำไปข้างหน้าทั้งตัว ฝ่ามือสองข้างถลอกจนเลือดไหล
เขามองฝ่ามือที่มีเลือดออกอย่างเหม่อลอย มองดูเลือดนั่น ก็อดถึงนึกภาพนองเลือดในค่ำคืนนั้นไม่ได้ ได้แต่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นไร้การตอบสนอง
“เลือดออกแล้ว ข้าช่วยท่านทำแผล” จ้าวหยางพูดอย่างตำหนิตนเอง เขาโตกว่าเสี่ยวเฟิ่งเย่จึงวิ่งเร็วกว่า กลับลืมนึกถึงว่าเสี่ยวเฟิ่งเย่จะตามฝีเท้าเขาไม่ทันจนทำให้เขาล้มลงไปอย่างนี้
“ข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่” ผ่านไปครู่หนึ่ง เสี่ยวเฟิ่งเย่เงยหน้ามองจ้าวหยางที่กำลังทำแผลให้เขา น้ำเสียงเหล็กแหลมสะท้อนแววอัดอั้นตันใจ “หยางหยาง ข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่”
จ้าวหยางอึ้งงัน เงียบไปเนิ่นนาน เขาก็นั่งลงมาด้วย แล้วบอกว่า “อีกไม่นานก็ได้เจอแล้ว” เขาเองก็คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่เหมือนกัน ครั้งนี้ พวกเขาอาจจะไม่อยู่แล้วจริงๆ
“อีกไม่นานคือเมื่อใด?” เสี่ยวเฟิ่งเย่ถาม
จ้าวหยางครุ่นคิด แล้วตอบว่า “รอให้พาองค์หญิงพบเมื่อใด องค์หญิงจะต้องตามหาพวกเขาเจอแน่นอน ขอเพียงพวกเราหานางพบ ก็จะได้พบท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านแล้ว”
“เช่นนั้นเราไปถามใครสักคนกันเถิด! ถามดูว่าอาจิ่วกลับมาหรือยัง” เขาไม่ได้มีภาพจำอะไรเกี่ยวกับหลานสาวที่ชื่อเฟิ่งจิ่วเลยสักนิด รู้แค่ชื่อ