เข้าวังหลวงมาเป็นคนแรก ขณะเดียวกันองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งและคนของตำหนักยมราชก็ออกมาต้อนรับพวกเขาที่ประตูวังด้วยเช่นกัน ครั้นหัวหน้าองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งทั้งแปดเห็นเฟิ่งจิ่วซึ่งเป็นนายท่านของพวกเขากลับมาแล้ว ต่างก็ขอบตาร้อนผ่าวอย่างอดไม่ได้
“คารวะนายท่าน!”
ทั้งแปดก้าวเข้ามาคารวะเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็หันไปทำความเคารพเฟิ่งเซียว “ผู้นำตระกูล”
“ภูตหมอ” เริ่นเสียงก้าวเข้ามาคารวะ บอกว่า “ข้ารับคำสั่งจากนายท่านให้มาช่วยท่าน หากมีเรื่องใดให้ช่วยบอกข้าได้ตลอด ข้าจะช่วยจัดการทุกอย่าง”
สายตาของเฟิ่งจิ่วมองข้ามไหล่องครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งไป เห็นพวกหลัวอวี่ ฟ่านหลิน ฉีคังและคนอื่นๆ ต่างก็ยังอยู่ดี เพียงแต่แววตาล้วนเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด
ส่วนเริ่นเสียงที่อยู่อีกด้าน เขาเป็นหัวหน้าหอสายลมหนาว เป็นคนที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อมอบหมายให้ดูแลอำนาจตำหนักยมราชของที่นี่ โชคดีที่เขาส่งยอดฝีมือมาลอบสังหารพวกคนที่แอบซุ่มอยู่ที่นี่
“พวกท่านปู่ของข้าถูกเผาอยู่ที่ใด?” เธอถาม สายตาจับจ้องไปที่หลัวอวี่
หลัวอวี่ก้มหน้า บอกว่า “ข้อจะนำทางนายท่านไปเองขอรับ” เขาเดินนำข้างหน้า พาเฟิ่งจิ่วและคนอื่นๆ ไปยังจุดที่เฟิ่งซานหยวนและซูซีถูกเปลวไฟแผดเผาในคืนนั้น
ทุกคนเดินเข้าวังไปอย่างเงียบๆ เห็นวังหลวงที่ผ่านการถูกฟื้นฟูมาอย่างชัดเจน รวมถึงองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งที่หายไปเกือบครึ่ง บอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกเช่นไร โดยเฉพาะเฟิ่งเซียว ตั