บใจ แล้วฝังเรื่องนั้นไว้ในใจ มองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วรับถ้วยยาไปจากมือนาง ก่อนจะดื่มยานั้นหมดในรวดเดียว
เฟิ่งจิ่วสัมผัสได้ทันที แววตาที่ท่านพ่อของเธอมองเธอดูแปลกไป คล้ายสับสน แล้วก็คล้ายทอดถอนใจ สุดท้ายก็ปลงตก ทำให้เธอรู้สึกสงสัยนัก
เมื่อคืนท่านพ่อไปเจอเรื่องใดมากันแน่? เหตุใดฟื้นขึ้นมาแล้วจึงแปลกๆ อย่างนี้?
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านมองข้าเช่นนี้? ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือเจ้าคะ?” เธออดถามไม่ได้
เฟิ่งเซียวมองเธอ พยักหน้า แล้วยื่นถ้วยยาให้ซั่งกวนหวั่นหรงที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็หันมาพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้าต้องจำไว้นะว่าเจ้าเป็นลูกสาวของพ่อ เจ้าเป็นคนของตระกูลเฟิ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเจ้าก็เป็นคนของตระกูลเฟิ่ง เป็นลูกสาวของพ่อ พ่อหวังว่าเจ้าจะมีความสุข เบิกบานใจ นี่ไม่ใช่เพียงความหวังของพ่อกับแม่เท่านั้น แต่เป็นความหวังของท่านปู่เจ้าด้วย”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ เขาถึงพูดอย่างนี้กับเธอ แต่เธอก็ยังยิ้มอย่างมีความสุข พยักหน้ารับ “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ”
เธอรู้มาตลอดว่าคนในครอบครัวดีกับเธอมาก รู้มาตลอด ฉะนั้น พอรู้ว่าพวกท่านปู่สิ้นใจอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง หัวใจของเธอถึงได้ทุกข์ทรมานขนาดนั้น
เวลานี้ กวนสีหลิ่นที่อยู่ข้างนอกเห็นประตูเปิดอยู่ จึงเดินเข้ามา พลางถามว่า “เสี่ยวจิ่ว? พ่อบุญธรรมฟื้นหรือยัง ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีอะไรน่าเป