กเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! เหลือคนไว้จับตาดูพวกเขา ดูว่าพวกเขาจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร”
“ขอรับ!”
ทุกคนรับคำ หนึ่งในนั้นลังเลเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ถามว่า “นายท่าน หากรู้ผลแล้ว ยังจะทำลายตระกูลเฟิ่งอยู่อีกหรือไม่ขอรับ? แล้วจะให้จัดการเฟิ่งจิ่วผู้นี้อย่างไร? หญิงผู้นี้ไม่ธรรมดา ข้ากลัวว่าหากปล่อยนางไป จะต้องกลายเป็นภัยใหญ่หลวงในภายหน้าแน่ขอรับ”
“เป็นภัยใหญ่หลวงงั้นหรือ? หึๆ เจ้าช่างให้ค่านางนัก แค่หญิงนางหนึ่ง แม้จะเป็นตัวประหลาดที่ยึดชิงร่างกายผู้อื่น แต่จะทำอะไรได้แค่ไหนกันเชียว? แค่กำลังของนางคนเดียวจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้เชียวหรือ?”
คนผู้นั้นพูดอย่างไม่ยี่หระ กล่าวว่า “ตระกูลเฟิ่งปล่อยไปเถิด! อย่างไรก็เป็นเพียงราชวงศ์เล็กๆ ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ส่วนเฟิ่งจิ่ว ข้ากลับสงสัยนักว่าภายหน้านางจะเดินต่อไปเช่นไร รอดูไปเถิด! ตอนนี้เรื่องที่ข้าสนใจ ก็คือพอเฟิ่งเซียวฟื้นแล้วจะทำอย่างไรกับเฟิ่งจิ่ว เรื่องอื่น เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”
รู้นิสัยของนายท่านพวกเขาดี หากบอกว่าหนึ่งก็ต้องเป็นหนึ่ง พวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำได้เพียงถอยไปยืนด้านหนึ่งอย่างนอบน้อม ขณะที่ท้องฟ้าใกล้สว่าง เรือบินจากไป เหลือคนเพียงคนเดียวไว้เพื่อจับตาดูเรื่องราวหลังจากนี้…
เมื่อแสงอาทิตย์แรกกระทบผืนดินกว้างใหญ่ เช้าตรู่มาเยือน ชาวบ้านบนท้องถนนค่อยๆ คึกคักขึ้นมา เสียงของพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยตะโกนด