ายนอก อาการบาดเจ็บภายในไม่ได้รุนแรง ที่เขาหมดสติเป็นเพราะเลือดลมในร่างกายตีกัน ได้รับแรงกระทบกระทบเทือนจิตใจอย่างหนักถึงได้หมดสติไป พักผ่อนแล้วกินยาคลายเครียดหน่อยก็น่าจะฟื้น”
“ถูกต้อง” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ท่านพ่อของเธอไม่ได้บาดเจ็บจนเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่นอน เรื่องนี้ทำให้นางโล่งใจ ขณะเดียวกันลึกๆ ข้างในก็รู้สึกไม่สบายใจ คนพวกนั้นต้องการจะทำอะไรกันแน่? เหตุใดเล่นงานพวกเขาแต่กลับไม่เอาชีวิตพวกเขา?
ที่ผ่านมาเธอรู้ตลอดว่าศัตรูเป็นใคร แต่ครั้งนี้เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าศัตรูของเธอเป็นใคร ไม่รู้ด้วยว่าสร้างศัตรูผู้นี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ตรงกันข้าม อีกฝ่ายกลับรู้การเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นอย่างดี ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ใจ เอาแต่รู้สึกว่าจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอตั้งตัวรับมือไม่ทัน
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” กวนสีหลิ่นบอก แล้วหันไปกำชับตู้ฝานกับเหลิ่งหวาว่า “พวกเจ้าประคองเขาเข้าไปทำแผลก่อนเถิด”
“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ แล้วพยุงเฟิ่งเซียวที่หมดสติอยู่เข้าไปข้างใน
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วหันไปถามหงส์ไฟ “พวกเจ้าเจอท่านพ่อข้าที่ไหน ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ที่นั่นด้วยหรือ?”
“เจอในตรอกเล็กๆ เส้นหนึ่ง ตอนพวกข้าไปถึงเขาก็หมดสติไปแล้ว ที่นั่นมีแค่เขาคนเดียว แต่ดูจากร่องรอยบริเวณนั้นแล้ว เขาน่าจะประมือกับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินคนหนึ่ง” หงส์ไฟอธิบาย กระพือปีกทิ้งตัวลงบนพื้น
เฟิ่งจิ่วเม้มปาก สายตาส