ะท้อนแววครุ่นคิด เป็นอย่างนี้อีกแล้ว เพียงทำให้บาดเจ็บแต่ไม่เอาชีวิตอีกแล้วหรือ? คนพวกนั้นต้องการจะทำอะไรกันแน่?
ขณะเดียวกัน ในป่าลึกนอกเมือง บนเรือบินลำหนึ่ง เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินที่โจมตีพวกเฟิ่งจิ่วกำลังรายสถานการณ์ให้นายของพวกเขา
“พวกข้าทำตามที่นายท่านสั่ง เพียงทำให้พวกเขาบาดเจ็บแต่ไม่ได้ปลิดชีพพวกเขา ต่อมาได้รับสัญญาณก็ถอยกลับมาทันทีขอรับ” คนเจ็ดแปดคนที่โจมตีเฟิ่งจิ่วกับกวนสีหลิ่นรายงานให้คนในเรือบินฟัง
ด้านข้าง ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินอีกคนเสริมว่า “ข้าก็ทำตามที่นายท่านสั่งเช่นกัน เล่าเรื่องที่เฟิ่งจิ่วอาจถูกยึดร่างให้เฟิ่งเซียวฟังโดยใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปอีก เฟิ่งเซียวรับไม่ได้จนกระอักเลือดและหมดสติไป ข้าเชื่อว่าพอเขาฟื้นแล้วจะต้องมีเรื่องสนุกให้ดูแน่ขอรับ”
“หึๆ เฟิ่งจิ่วผู้นี้ก็ถือเป็นคนมีความสามารถ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นดวงวิญญาณที่มาจากที่ใด? ถึงได้รวมความสามารถมากมายไว้ร่างเดียว เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะจริงๆ กระทั่งหากคิดจะฆ่านาง ก็ยังรู้สึกเสียดาย”
เสียงนั้นฟังดูไม่สมจริง เปลี่ยนผันไปมา ราวกับเสียงพูดนั้นไม่ใช่เสียงที่แท้จริงของเขา ไม่อาจแยกแยะได้จากเสียงนั้นว่าผู้พูดเป็นชายหรือหญิง เป็นคนแก่หรือคนหนุ่ม รู้เพียงว่า เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันแข็งแกร่งจนพาให้อกสั่นขวัญหาย แม้แต่เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินที่อยู่ข้างนอกเมื่อได้ยินเสียงของเขา ก็อดก้มหัวด้วยอ