้างหูเฟิ่งเซียว “เห็นตัวประหลาดจากที่ใดไม่รู้ที่ทำให้พวกเจ้าบ้านแตกสาแหรกขาด รักใคร่และหวงแหนศัตรูอย่างท่วมท้น เจ้าช่างไม่สมกับเป็นลูก และไม่สมกับเป็นพ่อคนเลยจริงๆ…”
“อึก!”
ภายใต้เลือดลมที่ตีกัน เฟิ่งเซียวกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง รู้สึกเพียงหน้ามืด ก่อนที่จะหมดสติไป กระทั่งแม้แต่ก่อนหมดสติ สมองของเขาก็ยังดังก้องไปด้วยประโยคนั้น “เจ้าช่างไม่สมกับเป็นลูก และไม่สมกับเป็นพ่อคนเลยจริงๆ…”
อีกด้านหนึ่ง ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินพวกนั้นที่รุมโจมตีเฟิ่งจิ่วกับกวนสีหลิ่นได้ยินเสียงสัญญาณ ชายที่เป็นหัวหน้าก็ตะโกนสั่งให้แยกย้าย พวกเขาจากไปอย่างรวดเร็ว เหมือนดั่งตอนมาเยือน ไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย ยิ่งไม่รู้ทิศทางที่จากไป
“พรวด!”
กวนสีหลิ่นกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เขาทรุดคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลดูน่ากลัว แต่ประโยคแรกที่เอ่ยถามออกว่ากลับเป็น “เสี่ยวจิ่ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฟิ่งจิ่วถูกฟันที่แข้งหนึ่งดาบ ยามเดินจึงตุปัดตุเป๋ เธอเข้ามาประคองเขา แล้วหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาให้เขากิน “ข้าไม่เป็นไร ล้วนเป็นบาดแผลเล็กๆ”
“คนพวกนั้นล้วนไปแล้ว เหตุใดพวกเขาจึงไม่ลงมือสังหารเรา?” กวนสีหลิ่นถามอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่คนพวกนั้นมีโอกาสฆ่าพวกเขาแล้ว ถึงอย่างไร ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินหลายคนร่วมมือกัน หากจะฆ่าพวกเขาสองคนก็เป็นเรื่องง่ายดาย
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่แน่ใจเหมือนกัน คนพวกนี้ไม่ได้ตั้ง