ใจจะเอาชีวิตพวกเราแต่แรกอยู่แล้ว” จุดนี้เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เหตุใดมีโอกาสดีขนาดนี้แต่กลับไม่ฆ่าเธอ?
“พวกเรากลับกันก่อนเถิด! บาดแผลบนตัวล้วนต้องได้รับการรักษา โชคดีเหมือนกันที่พวกเขาไม่ฆ่าเรา ไม่เช่นนั้น วันนี้พวกเราคงต้องจบชีวิตอยู่ที่นี่แล้ว” กวนสีหลิ่นประคองเธอกลับ แล้วถามว่า “เสี่ยวจิ่ว แผลที่แข้งเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่ได้บาดเจ็บถึงกระดูกหรือเอ็นกระมัง?”
“อืม ไม่ได้เจ็บถึงกระดูกหรือเอ็น” เฟิ่งจิ่วตอบ เธอขว้างขนนกบินออกไปแล้วพากวนสีหลิ่นกระโดดขึ้นไป ทั้งสองนั่งขนนกบินกลับไปที่โรงเตี๊ยม
ขณะเดียวกันทางฝั่งโรงเตี๊ยม หงส์ไฟเองก็รอจนร้อนใจ หากไม่ใช่ว่านายท่านสั่งไว้ไม่ให้ไปไหน เกรงว่ามันคงบินออกไปตามหาเธอแล้ว สัตว์พันธะสัญญาคู่ชีวิต เดิมก็มีความรู้สึกและจิตใจที่สื่อถึงกันอยู่แล้ว มันรู้สึกได้รางๆ ว่าตอนนี้นายท่านสถานการณ์ไม่ค่อยดี
“พวกเขาออกไปนานขนาดนั้นแล้ว เหตุใดยังไม่กลับมาอีก?” ซั่งกวนหวั่นหรงพึมพำด้วยความกังวลใจ เดินวนไปวนมาอยู่ในเรือน นางมาหยุดยืนข้างหน้าต่าง แล้วบอกว่า “ถ้าอย่างไร พวกเราลองออกไปตามหาดูดีหรือไม่?”
“รออีกหน่อยเถิดขอรับ! บางทีพวกเขาอาจกำลังกลับมาแล้ว”
ตู้ฝานบอก เขามองซั่งกวนหวั่นหรง “คนที่นายท่านและผู้นำตระกูลเป็นห่วงที่สุดก็คือฮูหยิน ฮูหยินอย่าเพิ่งร้อนใจ รอดูไปอีกหน่อยเถิดขอรับ! หากผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป แล้วพวกเขายังไม่กลับมา พวกเราค่อยออกไปหาพวกเขา”
“ข้