ล้วมองไปทางเฉินหลิ่งกับเฉินเสิ่นเบื้องหลังพวกเขา “ครอบครัวพวกท่านใครมีอำนาจตัดสินใจ?”
“ก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้วสิ ข้า…”
เฉินต้าซานยังพูดไม่จบ เฉินหลิ่งก็กระแอมขึ้นมาเบา ๆ “แค่กแค่ก!”
“ท่านพ่อ!” เฉินต้าซานหันกลับมา เขาไม่เข้าใจเลย เรื่องนี้ให้เขาจัดการก็พอ บิดาของเขาจะเข้ามายุ่งทำไม?
“ครอบครัวพวกข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจ ครอบครัวของพวกท่านเล่า?” เย่อวี๋หรานพูดต่อไป “ข้าคิดว่าเรื่องนี้ให้คนที่มีอำนาจตัดสินใจมาคุยกันจะดีกว่า ข้าบอกว่าพวกท่านมากรรโชกทรัพย์ แต่พวกท่านกลับหาว่าพวกข้าขโมยเงินของพวกท่าน…เรื่องเป็นอย่างไรก็ต้องมาเจรจาให้เข้าใจกันเสียก่อนไม่ใช่หรือ?”
ถึงตอนนั้น จูชีจัดเก้าอี้เสร็จแล้วก็ไปเอาใบชากับกาชงชาออกมาจากในห้อง
คนซื่อบื้อผู้นี้ยังถือมีดเดินออกมาอย่างเปิดเผย “ท่านแม่ ให้ท่านขอรับ!”
“เจ้าเอามีดมาทำไม?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ ชงชาไม่จำเป็นต้องใช้มีด ไม่ได้จะทำอาหารเสียหน่อย
จูชีกะพริบตาปริบ ๆ กล่าวอย่างไร้เดียงสา “ในเวลาแบบนี้ พวกพี่สะใภ้มักจะส่งมีดให้ท่านแม่ไม่ใช่หรือขอรับ?”
เย่อวี๋หรานหลุดยิ้มออกมา “ข้าไม่ได้อยู่ที่บ้านเสียหน่อยจะได้ไปวิวาทกับคนอื่น”
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่นางก็ยังรับมีดมาอยู่ดี ควงมีดไปมาเหมือนกำลังทดสอบมีดอย่างไรอย่างนั้น
มีดที่มีแค่ตอนหั่นผักจึงจะได้ใช้งานกลับถูกนางควงออกมาได้ไม่นับกระบวนท่า คล่องแคล่วเจนจัดเป็นอย่างยิ่ง
พวกเฉินหลิ่งพ่อลูกใจกระตุกวูบ: ผู้ฝึกยุท