ไม่มีเหตุผล เรียกร้องเอาเงินจากข้า” เย่อวี๋หรานชี้พวกเขาสองพี่น้อง รวมถึงสิ่งของในมือภรรยาของพวกเขา แล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เข้าใจเสียแล้ว คนพรรคซานไห่ของพวกเจ้าไม่สนใจกฎเกณฑ์ของยุทธภพขนาดนี้เลยหรือ? ข้าเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกนี่แหละว่า หลังจ่ายค่าเช่าไปแล้วยังต้องถูกกรรโชกทรัพย์อีกด้วย ตอนข้าเพิ่งมาถึงเมืองผู่โซ่ว เสี่ยวเอ่อร์ตัวจากพรรคซานไห่ของพวกเจ้ารับรองกับข้าเองว่า พรรคซานไห่ของพวกเจ้าเคารพกฎเกณฑ์ยุทธภพเป็นที่สุดแล้ว…”
“พวกข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์ หรือเป็นพวกเจ้าที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์กันแน่?” เฉินต้าซานใช้ท่อนไม้ชี้ไปที่จมูกของเย่อวี๋หรานอย่างโมโห จากนั้นจึงพูดว่า “อาเฉินเห็นว่าครอบครัวพวกเจ้ามีปัญญาชน จึงยกห้องในเรือนพวกข้าให้พวกเจ้าเช่าด้วยความปรารถนาดี แต่เจ้ากลับดีนัก ถึงกับให้ลูกชายทำตัวเป็นโจร ขโมยเงินในบ้านข้า”
“ขโมยเงินของพวกท่าน?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ “หมายความว่าอย่างไร?”
“ก่อนที่พวกเจ้าจะมา เงินในบ้านพวกข้าก็ยังอยู่ดี ปรากฏว่าพอพวกเจ้ามาแล้ว เงินพวกข้ากลับหายไป หากไม่ใช่พวกเจ้าขโมยแล้วยังจะเป็นใครได้อีก?” เฉินต้าซานพูด “ข้าอยู่ในเมืองผู่โซ่วมานานขนาดนี้ แขวนเนื้อทิ้งไว้ในเรือนจนลืมไปแล้วก็ไม่เคยมีใครขโมย แต่พอพวกเจ้าปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น ในบ้านก็มีของหาย เจ้าว่าไม่โทษพวกเจ้าแล้วจะให้โทษใครงั้นเรอะ?”
สีหน้าของเย่อวี๋หรานเปลี่ยนเป็นประหลาดขึ้นมา มองเฉินต้าซานสลับกับเฉินเสี่ยวซาน แ