้ำชาให้เขา บอกว่า “เช่นนั้นท่านนั่งตรงนี้ก่อน หรือจะเดินเล่นในจวนก็ได้ ข้ายังต้องไปดูที่ร้านอีก คงต้องขอตัวก่อนแล้ว”
“อืม” ต้วนมู่ไป๋รับคำ ยกชาขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
ตู้ฝานที่ออกมาแล้ว หลังตามหาเหลิ่งหวาเจอ ก็บอกเขาให้ไปต้อนรับต้วนมู่ไป๋ที่ห้องรับแขก จากนั้นจึงค่อยออกไป
หลังจากเหลิ่งหวาทราบว่าผู้มาคือศิษย์พี่ใหญ่ของฮูหยิน จึงไปห้องครัวแล้วเตรียมของว่างบางส่วน และต้มชาหนึ่งกายกไปที่ห้องรับแขก เพียงแต่พอเขามาถึงห้องรับแขก กลับไม่เห็นใครอยู่
“ไม่ใช่บอกว่านั่งอยู่ในห้องรับแขกหรอกหรือ?” เขาประหลาดใจ วางถาดในมือลง เห็นว่าแก้วชาบนโต๊ะยังอุ่นร้อนอยู่ ก็รู้ว่ายังไปได้ไม่ไกล จึงเดินออกไปดู
ในอีกด้าน หลังจากเดินออกจากลานบ้าน ต้วนมู่ไป๋ก็เดินไปรอบๆ บังเอิญผ่านสนามฝึกแห่งหนึ่ง ได้ยินสียงประลองแว่วมารางๆ จึงเดินตามเสียงนั้นไป
มาหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากสนามฝึกแห่งนั้น มองดูเงาร่างสองร่างนั้นกำลังประลองกันอยู่ในสนาม แม้รู้ว่าเป็นเพียงการประลองเพื่อแลกเปลี่ยน แต่ก็ดูออกได้ถึงฝีมืออันโดดเด่นของทั้งสอง เพราะท่าร่างของพวกเขาสับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก จนเขามองเห็นใบหน้าของพวกเขาไม่ชัด แต่ดูจากพลังและฝีมือของพวกเขาสองคน กลับรู้ได้ว่าสองคนนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ
อีกทั้งสองคนนี้ยังเป็นเพียงผู้ฝึกพลังเร้นลับเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญเซียน ทว่า พลังต่อสู้ของทั้งสองคนกลับน่าทึ่งมาก กระทั่งหากพูดถึงเรื่องพลังต่อสู้