ามว่า “ยังไม่ทราบชื่อของลูกค้าเลย? พรุ่งนี้หากผู้ดูแลของเรามา ข้าน้อยจะได้รายงานถูก”
“ข้าแซ่ต้วน” เขาทิ้งท้ายไว้ แล้วจากไป
กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา ตู้ฝานกำลังเตรียมตัวกลับไปดูร้านยา ทว่าพอเปิดประตู ก็เห็นชายชุดขาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอก หลังจากเห็นชุดคลุมสำนักโอสถตะวันที่คุ้นเคยดี สายตาของตู้ฝานเลื่อนลงข้างล่าง สะดุดที่ป้ายห้อยเอวของเขา
“ท่านคือ?”
“ต้วนมู่ไป๋” เขารายงานชื่อแซ่ มองคนตรงหน้า แล้วบอกว่า “ข้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของซั่งกวนหวั่นหรง เฟิ่งจิ่วน่าจะอยู่ที่นี่กระมัง?”
ได้ยินอย่างนั้น ตู้ฝานพยักหน้า เบี่ยงตัวให้เขาเข้ามาข้างใน “เชิญเข้ามาข้างในก่อน” เขาปิดประตูอีกครั้ง แล้วบอกว่า “เฉินเต้ากับลั่วเหิงเคยพูดถึงท่าน ฉะนั้นข้าจึงรู้จักท่านด้วย ใช่แล้ว ข้าชื่อตู้ฝาน”
“ข้ารู้” ต้วนมู่ไป๋ตอบ สายตาจับจ้องไปที่พัดในมือเขา
ตู้ฝานมองตามสายตาเขามาที่พัดในมือตนเอง ตู้ฝานยิ้มๆ แล้วพาเขาเข้าไปในห้องรับแขก พลางบอกว่า “ตอนนี้นายท่านของข้ายังไม่ตื่น ส่วนฮูหยินเมื่อคืนดื่มสุราไปสองสามแก้ว เดาว่าวันนี้คงจะตื่นสายหน่อย ถ้าอย่างไรเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! ท่านนั่งในห้องรับแขกสักเดี๋ยว ข้าจะให้คนไปรายงาน ดูว่านายท่านของข้าตื่นแล้วหรือยัง”
“ให้พวกนางนอนไปเถิด! ข้ารอพวกนางได้” ต้วนมู่ไป๋บอก เดินไปนั่งในห้องรับแขก “ข้าเพียงผ่านทางมาจึงแวะมาดูหลังจากที่ได้รับข่าวจากพวกเฉินเต้า ไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไร”
ตู้ฝานรินน