น แม้แต่ฮุยหลางกับอิ่งอีก็ยกถ้วยสุราขึ้นแล้วมองไปที่ทั้งสองคน
“ตลอดทางมานี้ ขอบคุณทุกท่านมาก” เฟิ่งเซียวบอก แล้วสบตากับซั่งกวนหวั่นหรง ทั้งสองยกถ้วยสุราหันไปทางทุกคน แล้วเอ่ยปากเชิญ จากนั้นก็ยกสุราดื่มรวดเดียว
“นั่ง นั่งกันเถิด! วันนี้ทุกคนกินดื่มให้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ” เขายิ้มบอก แล้วบอกให้ทุกคนนั่งลง กินดื่มให้เต็มที่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านชิมนี่ดูสิเจ้าคะ” เฟิ่งจิ่วคีบอาหารวางในถ้วยด้านหน้าพวกเขา “แล้วก็ยังมีนี่ ท่านพ่อ ตลอดการเดินทางท่านต้องไม่ได้กินของดีๆ กระมัง? มา กินมากหน่อย”
มองดูผักและเนื้อที่กองล้นชาม เฟิ่งเซียวหัวเราะเสียงดัง “ได้ๆๆ พ่อจะกินเยอะๆ เจ้าวางใจได้เลย!” ขณะพูด เขาก็คีบอาหารรสไม่จัดให้ซั่งกวนหวั่นหรงที่นั่งอยู่ข้างๆ “มา อาหารพวกนี้รสไม่จัด เจ้าชิมดู”
เห็นอย่างนี้ เฟิ่งจิ่วอดแอบยิ้มไม่ได้ เธอเห็นความสุขที่สะท้อนอยู่กลางหว่างคิ้วของท่านพ่อเธอ เห็นความสุขและเปรมปรีที่ล้นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจล้อมอยู่รอบกายพวกเขา เห็นพวกเขาสบตากันอย่างหวานชื่นจนปิดไม่มิด
แม้พวกเขาสองคนก็ผ่านเรื่องยากลำบากมามากมาย แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าในอดีตจะเคยลำบากมามากมายขนาดไหน ก็ล้วนถือว่าคุ้มค่าทั้งนั้น
“มัวมองอย่างนี้จะทำให้อิ่มท้องได้หรือ?”
เสียงกระซิบน่าดึงดูดของเซวียนหยวนโม่เจ๋อดังขึ้นที่ข้างหู เธอได้สติ ก็เห็นชามตรงหน้าพูนไปด้วยอาหารที่เธอชอบ