ลูบขนหงส์ไฟเบาๆ ยิ้มบอกว่า “ขอบใจเจ้ามากหงส์ไฟ ที่คุ้มกันท่านพ่อของข้าจนมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัย”
“ไม่เป็นไร ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำทั้งนั้น” หงส์ไฟตอบพร้อมเชิดหัวเกาะอยู่บนไหล่ของเธอ ถามว่า “ข้าไม่เชื่อฟังเจ้าที่ให้อยู่เป็นสัตว์ผู้พิทักษ์คอยปกป้องราชวงศ์เฟิ่งหวง เจ้าคงไม่ตำหนิข้ากระมัง?”
“จะตำหนิได้อย่างไร? มาแล้วก็มาแล้ว ทางนั้นยังมีพวกท่านปู่ของข้า ไม่เป็นไรหรอก” เธอยิ้มๆ แล้วหันไปมองท่านพ่อของเธอ ถามว่า “ท่านพ่อ ท่านทะลวงขั้นกลายเป็นเทพนักรบตั้งแต่เมื่อใดกัน? ไม่น่าเล่าคนของเจ้าตำหนักยมราชจึงบอกว่าไม่ได้ข่าวของท่านเลย”
“ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว พลังของพ่อทะลวงขั้นเป็นเทพนักรบแล้ว รูปร่างหน้าตาจึงเปลี่ยนไป พวกเขาย่อมจำไม่ได้อยู่แล้ว” เขาหัวเราะเสียงดัง พลางเล่าเรื่องระหว่างทางให้เธอฟัง พลางถามว่า “ใช่แล้ว ท่านแม่ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้? นาง สบายดีใช่หรือไม่?”
“ท่านพ่อวางใจ ท่านแม่ไม่เป็นไร เดิมทีพวกข้าตั้งใจจะกลับแล้ว แต่ได้ยินข่าวที่ท่านเดินทางมา จึงรอท่านอยู่ที่นี่ หลายวันนี้ไม่ได้ข่าวของท่านเลย ท่านแม่เป็นห่วงท่านอยู่ตลอดเลยนะเจ้าคะ! อีกประเดี๋ยวหากนางได้พบท่าน จะต้องดีใจมากแน่เลยเจ้าค่ะ”
ทางนี้เฟิ่งจิ่วกับเฟิ่งเซียวกำลังพูดคุยกันพลางเดินไปที่ลานบ้าน ส่วนข้างใน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังเดินออกมาพอดี ครั้นเห็นเฟิ่งจิ่วกอดแขนชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างสนิทสนม ก็อดขมวดคิ้ว จ้องมือของชายหน