“ซื้อให้ท่านแม่จะเรียกว่าใช้จ่ายส่งเดชได้เช่นไร?” เธอยิ้มหวานแล้วคล้องแขนนาง กล่าวว่า “ด้านหน้ามีโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง พวกเราไปดื่มชากันเถิดเจ้าค่ะ!”
ด้วยเหตุนั้น ทั้งสามจึงมานั่งที่โต๊ะข้างหน้าต่างที่ชั้นสองของโรงน้ำชาแห่งนั้น สั่งชาดีมาหนึ่งกา รวมถึงขนมของว่างอีกสองสามจาน แล้วนั่งพูดคุยสัพเพเหระพลางมองทิวทัศน์ไปด้วย
“ท่านแม่ สวมเครื่องประดับชุดนั้นเถิด! มันเป็นสีฟ้าครามไม่ได้สะดุดตามากนัก อีกอย่างยังช่วยป้องกันการโจมตีได้ด้วย สวมไว้มีแต่ผลดีไม่มีผลเสีย”
“ใส่ตรงนี้เลยหรือ?” ซั่งกวนหวั่นหรงชะงักเล็กน้อย
“ข้าช่วยท่านแม่ใส่เอง” เธอยิ้มหวานแล้วบอกนาง
เห็นเธอตื่นเต้นเพียงนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงจึงยิ้มๆ แล้วรับคำ “ก็ได้!” จากนั้นก็หยิบเครื่องประดับชุดนั้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เครื่องประดับชุดนั้นแบ่งออกเป็นแหวนห้วงมิติหนึ่งวง กำไลข้อมือหนึ่งเส้น ต่างหูหนึ่งคู่ รวมถึงสร้อยคอจี้รูปหยดน้ำและปิ่นปักผมหนึ่งเล่ม สีสันไม่ได้ดูฉูดฉาดสะดุดตา แม้สวมไว้บนตัว คนไม่รู้ก็ดูไม่ออกว่าเครื่องประดับชุดนี้มีราคาสูง
เฟิ่งจิ่วช่วยท่านแม่ของเธอใส่พลางพูด “แต่ก่อนว่ายังคิดอยากจะเรียนหลอมอาวุธ ซ้ำยังซื้อวัสดุมาบ้างแล้ว แต่ต่อมาก็พบว่าไม่มีเวลาเรียนด้านนี้”
“เจ้ามีความสามารถมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝืนตนเรียนมากเกินไป บางครั้งเรียนมากเกินไป กลับจะกลายเป็นภาระให้ตนเอง” นางบอกกับลูกสาวนาง ลึกๆ ข้างในลอบทอดถอนใจ
อายุเท่านาง ถาม