หน่อยเถิดว่ามีสักกี่คนที่ผ่านเรื่องราวมามากมายเหมือนกับนาง? นางทำได้ดีมากแล้ว
“อืม ต่อไปมีเวลาค่อยไปเรียน ตอนนี้จัดการเรื่องตรงหน้าให้เสร็จแล้วค่อยว่ากันก็แล้วกัน!” เธอยิ้มหวานแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว หันไปถามเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ “เป็นอย่างไรบ้าง? สายตาข้าไม่เลวใช่ไหมเล่า?”
เหลิ่งซวงพยักหน้า “งามเจ้าค่ะ”
ได้ยินอย่างนั้น เธอก็ยิ้ม “ข้าก็คิดว่าเหมาะกับท่านแม่ของข้ามาก” หยุดพูดไปครู่หนึ่ง แล้วก็บอกอีกว่า “ท่านแม่ อีกไม่กี่วันพวกเรากลับกันเถิด! ระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ข้าเดาว่าท่านพ่อจะต้องร้อนใจรออยู่ที่บ้านแน่ๆ”
“อืม ออกเดินทางเมื่อใดก็ได้ทั้งนั้น เพียงแต่ เจ้าสะสางเรื่องที่นี่เสร็จหมดแล้วหรือ?” นางถาม
“เรื่องอื่นกลับไม่มีอะไรแล้ว แต่ข้าอยากไปเยี่ยมนายแห่งตลาดมืดสักครั้งมาตลอด ใครจะรู้ว่าคราวที่แล้วเขาออกเดินทางไกลจึงไม่ได้พบกัน คนที่ตลาดมืดบอกว่าหากเขากลับมาจะรายงานข้า ดูท่าจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับมา”
เฟิ่งจิ่วที่กลับไปนั่งที่เดิมเอามือเท้าคาง มือหนึ่งยกชาขึ้นจิบหนึ่งคำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ไม่นึกว่ามาถึงที่นี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบนายแห่งตลาดมืดอีก เธอสงสัยใคร่รู้จริงๆ ว่าคนผู้นี้เป็นคนอย่างไรกันแน่?
“เช่นนั้นทำอย่างไรดี? จะรอพบเขาแล้วค่อยไปหรือ? หรือว่าไว้มีโอกาสค่อยว่ากันอีกที?”
“คงเป็นเพราะวาสนาไม่ถึง เอาไว้ค่อยว่ากันเถิดเจ้าค่ะ! เมื่อถึงเวลา ข้าคิดว่าจะต้องได้พบกันแน่”