าเสร็จ พวกกวนสีหลิ่นนัดกันไปประลองกำลัง เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับไปฝึกวรยุทธ์ที่ห้องหลังจากที่เฟิ่งจิ่วออกไปข้างนอก ขณะเดียวกัน เขาสั่งให้ฮุยหลางคอยคุ้มกันพวกนางอย่างลับๆ หากไม่จำเป็น ก็อย่าเผยตัว
ในอีกด้าน บนถนนใหญ่
“ท่านแม่ พวกเราไปดูเครื่องประดับผมกันเถิด!” เฟิ่งจิ่วเสนอ เพราะเห็นบนตัวนางไม่มีอะไรเลย สง่างามเรียบง่ายเกินไป จึงอยากซื้อเครื่องประดับผมให้นางสักหน่อย
ซั่งกวนหวั่นหรงนึกว่าเธออยากซื้อเอง จึงรับคำ “ได้ หญิงสาวควรใส่เครื่องประดับผมสักสองสามชิ้น อีกอย่าง ต่อไปตอนอยู่บ้านเจ้าต้องใส่กระโปรงให้มากหน่อย โดยเฉพาะเมื่อแต่งงานออกไป จะแต่งกายเป็นชายตามอำเภอใจเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใส “ท่านแม่ ท่านเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างนั้น ที่จริงแล้วเขาเป็นคนกลัวเมีย ภายหน้าหากข้าบอกว่าหนึ่ง เขาไม่มีทางกล้าบอกเป็นสอง ข้าแต่งกายเป็นชาย เขาไม่มีทางกล้าบอกให้ข้าสวมกระโปรงให้เขาดูแน่นอน ฉะนั้นท่านสบายใจได้เลย!”
ในที่ลับ ฮุยหลางที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้เกือบหลุดหัวเราะออกมา นายท่านของพวกเขากลัวเมียงั้นหรือ? เอาเถิด เหมือนจะถูกอยู่หน่อย แม้แต่ภูตหมอยังรู้ว่าเขากลัวเมีย ดูท่า ต่อไปนายท่านจะต้องถูกจัดการอย่างอยู่หมัดแน่ๆ
โธ่เอ๋ย ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้นายท่านไม่เคยเอาเปรียบภูตหมอได้เลยตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้เล่า?
นี่หากเป็นคนอื่น เดาว่าคงใช้อำน