นบ้านตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบพระคุณอาจารย์อาซั่งกวนขอรับ” ทั้งสองกล่าว แล้วนั่งลงที่ด้านหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเม้มปากกลั้นหัวเราะ คนอื่นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายจากตัวเขา แต่เธอกลับได้กลิ่นหึงหวงจากตัวเขา ผู้ชายคนนี้ บางครั้งก็ใจแคบเกินคาด
“ท่านแม่ พวกเรากินมื้อเช้าเสร็จแล้วไปเดินเที่ยวในเมืองกันเถิด!”
เธอรู้ว่านางออกไปเดินเที่ยวข้างนอกน้อยมาก เมื่อก่อนถูกขังในตระกูลซั่งกวน ต่อมาก็อยู่แต่ในสำนักโอสถตะวันไม่ได้ออกมา ตอนนี้มีเวลาแล้ว อีกทั้งพิษในตัวนางก็ถูกขับออกไปหมดแล้ว เธอจึงมีเวลาอยู่กับนางอย่างสบายใจ
“ได้สิ เช่นนั้นอีกเดี๋ยวเจ้ากับเหลิ่งซวงออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้า เมื่อเช้าตอนออกไปซื้อผักมีร้านค้าอีกหลายร้านที่ยังไม่เปิด แต่ตลาดนัดข้างถนนคึกคักไม่น้อย” ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้มบอก เพียงแต่ นึกถึงเรื่องเมื่อเช้า ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ละคนหน้าตางดงามเพียงนี้ หากไม่มีทหารคอยติดตาม จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือไม่นะ?
“ได้ เช่นนั้นเรากินเข้ากันก่อน” เฟิ่งจิ่วคีบอาหารให้นาง แล้วก็คีบซาลาเปาให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งข้างๆ หนึ่งลูก “ท่านลองชิมดู ท่านแม่ข้าทำเอง อร่อยมาก”
เห็นอย่างนั้น สีหน้าของเซวียนหยวนโม่เจ๋ออ่อนลงหลายส่วน ความปลาบปลื้มพาดผ่านในดวงตา แต่กลับปั้นหน้าเย่อหยิ่ง วางท่าเย็นชาอยู่อย่างนั้น
“เจ้าเองก็กินเถิด!” เขาคีบอาหารให้เธอด้วย จากนั้นก็ขยับตะเกียบเริ่มกิน
หลังกินมื้อเช้