่อยว่ารสชาติเป็นอย่างไร” ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าว ให้เธอมาชิมอาหาร ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วรีบยื่นหน้าเข้ามา “อันไหนเจ้าคะ? อันไหนที่ต้องการให้ข้าชิม? คิดถูกแล้วที่ให้ข้าชิม”
เห็นอย่างนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงอดยิ้มไม่ได้ ยื่นมือมาหยิกแก้มเธอเบาๆ “ความตะกละของเจ้านี่ได้ใครมากันหนอ?”
“ไม่เหมือนท่านแม่ก็ต้องเหมือนท่านพ่อแน่นอนอยู่แล้วสิเจ้าคะ!” เธอยิ้มตาหยีแล้วพูดเหมือนเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
“อืม ข้าก็คิดว่าเหมือนท่านพ่อของเจ้า” ซั่งกวนหวั่นหรงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย คีบซาลาเปาลูกเล็กๆ ให้เธอกิน “เป็นอย่างไรบ้าง? รสชาติใช้ได้หรือไม่?”
ซาลาเปาลูกเล็กๆ เข้าปาก แป้งน้อยใส้มาก เนื้อและน้ำหอมหวน ทำให้เฟิ่งจิ่วอดถามไม่ได้ “ท่านแม่ ซาลาเปานี้ท่านทำเองจริงหรือ? ฝีมือดีเกินไปแล้ว อร่อยมาก!”
“จริงหรือ? เจ้าชอบกินก็ดีแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำไม่เสร็จ แต่ผักกับแกล้มสองสามอย่างตรงนี้ทำเสร็จแล้ว เจ้ามาชิมดู” นางพาเฟิ่งจิ่วมาด้านหนึ่ง ให้เธอชิมผักกับแกล้มที่ทำเสร็จแล้วทีละอย่างๆ จนครบ
เห็นสีหน้าพอใจของเธอ ได้ยินคำชมของเธอ ทำให้นางมีความสุขและอิ่มเอมใจมาก ลึกๆ ข้างในตั้งตารอคอยวันที่ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้า เมื่อถึงตอนนั้น นางจะเข้าครัวทุกวันแน่นอน นางจะทำของกินอร่อยๆ ให้ลูกสาวของนาง เพื่อชดเชยสิ่งที่นางพลาดไปในหลายปีที่ผ่านมา
หลังจากจัดโต๊ะอาหารมื้อเช้าเสร็จ ซั่งกวนหวั่นหรงก็ให้เหลิ่งหวาไปเรียกทุ