ว พวกเราไปดื่มด้วยกันสักแก้วไหม?” เธอหันไปถามทั้งสอง
เฉินเต้าได้ยินก็บอกว่า “ดีเลย! ตลอดเส้นทางที่ตามหาเจ้า พวกข้ากินไม่อิ่มนอนไม่หลับ มาถึงบ้านเต้าแล้ว อย่างไรก็ต้องไม่ให้เสียน้ำใจเจ้าบ้าน”
ด้วยเหตุนี้ หลังจากสั่งเหลิ่งซวงให้เตรียมอาหารและสุราเสร็จแล้ว พวกเฟิ่งจิ่วก็ย้ายไปนั่งที่ห้องโถงข้างๆ หลังจากจัดวางอาหารสิบกว่าอย่างเสร็จ เซวียนหยวนโม่เจ๋อ เฟิ่งจิ่ว กวนสีหลิ่นรวมถึงเฉินเต้าและลั่วเหิงก็นั่งลง นอกจากเหลิ่งซวงที่คอยเทสุราให้พวกเขาอยู่ข้างๆ คนอื่นต่างถอยออกไปหมดแล้ว
หลังดื่มสุราไปรอบหนึ่ง เฟิ่งจิ่วถามขึ้นว่า “เมื่อกี้พวกเจ้าบอกว่าตามหาข้ามาตลอดเส้นทาง? ตามหาข้าทำไม? มีเรื่องอะไรหรือ?”
ลั่วเหิงกับเฉินเต้าสบตากัน ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเฉินเต้าพูดว่า “ที่จริงพูดเรื่องนี้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
“อ้อ? ทำไมงั้นหรือ?” เธอยักคิ้ว
“ที่พวกข้าลงเขามาตามหาเจ้า ที่จริงเพราะได้รับคำสั่งจากต้วนมู่ไป๋ เขาสั่งให้พวกข้าลงเขามาตามหาเจ้า…” เฉินเต้าเล่าที่มาที่ไปให้เธอฟัง บอกเธอว่าพวกเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และมาทำอะไร รวมถึงข่าวสารช่วงนี้ในสำนัก
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วเงียบไปครู่หนึ่ง กลับนึกไม่ถึงว่าต้วนมู่ไป๋จะสั่งให้พวกเขามาเตือนเธอ
“พวกเจ้ามาสายเกินไปแล้ว นางถูกลอบสังหารตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนแล้ว ซ้ำยังเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินถึงสี่คนนำทัพมาลอบสังหาร โชคดีที่นางดวงแข็ง ไม่เช่นนั้นล่ะก