ขาพูด หลังจากกระแอมเบาๆ ก็เงยหน้ามองคนข้างล่างแวบหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างพูดไม่ออก แล้วถามว่า “ทำไมต้องเป็นตาเฒ่า? ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้ายังอายุไม่ถึงยี่สิบปี ผู้หญิงที่ทั้งสวยแล้วก็เด็กอย่างข้า จะไปหมายตาตาเฒ่าได้อย่างไรกัน?”
“ข้าถึงได้บอกว่าเหนือคาดอย่างไรเล่า! ไม่นึกว่าจะเด็กขนาดนี้จริงๆ” สายตาของเขากวาดมองไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เห็นรัศมีรอบกายเขา ไม่เกรี้ยวกราดทว่าน่าเกรงขนาม ก็อดลอบคิดในใจไม่ได้ คนผู้นี้เกรงว่าจะไม่ใช่แค่เจ้าตำหนักยมราชกระมัง? น่าจะมีอีกฐานะที่คนอื่นไม่รู้ด้วย
ส่วนลั่วเหิงรู้สึกตัวหดเล็กน้อย เพราะคนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีพลังเหนือเขา โดยเฉพาะเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานกับชายชุดดำผู้นนั้น แรงกดดันแข็งแกร่งและรัศมีของผู้เหนือกว่าทำให้เขาหายใจได้ไม่ทั่วท้อง
ได้ยินเฉินเต้าพูดจาอย่างไม่เกรงกลัวต่อหน้าชายชุดดำ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนสายตามองคนที่อยู่ข้างกาย แล้วกระตุกเสื้อเขา ใครจะรู้ กลับได้ยินเฉินเต้าถามอย่างรำคาญว่า “เจ้าจะดึงเสื้อข้าทำไมนักหนา?”
คนในห้องโถงได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มๆ สองคนนี้น่าสนใจจริงๆ
“อย่าพูดอีกเลย นี่ท่านอยากตายหรือไง!” ลั่วเหิงถลึงตา จากนั้นก็หันไปบอกเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ “เขาเป็นคนแบบนี้แหละ เฟิ่งจิ่วรู้ดี เขาพูดไม่คิด ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร”
“เอาเถิด อย่าเกรงใจกันนักเลย พอดีเลย เหลิ่งซวงให้คนไปเตรียมสุราและอาหารแล้