ร็วและเรี่ยวแรงนั้น ทำให้เขาได้เปิดโลกทัศน์จริงๆ
“นี่ไม่ใช่การลอบโจมตี ข้าถามแล้วนะ ข้าถามแล้วว่าใช่อย่างนี้หรือไม่” เหลิ่งหวายิ้มอย่างไร้พิษภัยมองฮุยหลาง
“ก็ได้! ข้าประมาทเอง” ฮุยหลางทำได้เพียงยอมรับ ลึกๆ ข้างในรู้ว่าเจ้าหนูนี่ไม่ชอบที่เขาพูดจาเกี้ยวพาพี่สาวของเขา ถึงได้เล่นงานเขาอย่างนี้ เขาเป็นคนใจกว้าง จะไม่ถือสาเด็กก็แล้วกัน
กลุ่มคนข้างในได้ยินเสียงข้างนอก ได้แต่ยิ้มๆ ไม่สนใจ พวกเขานั่งพูดคุยกันถึงเรื่องที่พบเจอระหว่างทาง สุดท้าย เฟิ่งจิ่วหยิบยาออกมา
“ท่านแม่ นี่เป็นยาแก้พิษ ท่านรีบกินเสียเถิด! กินยาแล้วพิษที่เหลือในร่างท่านก็จะถูกขับออกมาทางรูขุมขน อีกทั้งสิบปีนับจากนี้ไม่ว่าพิษใดก็จะใช้ไม่ได้ผลกับท่าน”
“หมายความว่านี่ไม่ได้เป็นเพียงยาแก้พิษ แต่ยังเป็นยาที่ทำให้ข้าไม่ได้ต้องกลัวยาพิษอะไรอีกในสิบปีนับจากนี้งั้นหรือ?” ซั่งกวนหวั่นหรงประหลาดใจ “นี่เป็นยาระดับใดกัน? เหตุใดจึงวิเศษเพียงนี้?”
“นี่เป็นยาแก้พิษระดับหก นอกจากจะมียาทิพย์อายุสามร้อยปีสองตัวเป็นตัวยาหลักแล้ว ในนี้ข้ายังเพิ่มยาทิพย์แก้พิษไปอีกสิบกว่าอย่างด้วย อีกอย่างถึงยานี้จะเป็นยาระดับหก แต่กลับมีวิญญาณโอสถถือกำเนิดข้างในแล้ว ท่านรีบลองกินดูสิเจ้าคะ”
เฟิ่งจิ่ววางยาเม็ดนั้นไว้กลางฝ่ามือ แล้วยื่นให้นาง
ซั่งกวนหวั่นหรงรับไปดู ก็อดตกใจไม่ได้ ถามด้วยความตะลึงว่า “เสี่ยวจิ่ว นะ นี่เจ้าหลอมขึ้นมาเองหรือ?”
“ข้าหลอมเองเจ้าค่ะ”